ตัวเรา
posted on 26 Sep 2009 06:35 by storyonthewallเอนทรี่นี้ไม่มีภาพวาดของเราวาดประกอบ ไม่มีการ์ตูนให้อ่าน เมื่อเราๆไม่มีสิ่งเหล่านี้
สำหรับบางคนอาจไม่น่าสนใจ แต่ผมก็ไม่ค่อยจะใส่ใจเรื่องใครจะเข้ามาอ่านน้อยหรือมากอะไรเท่าไหร่
ช่วงหลังๆ ผมปฎิเสธงานไปหลายงาน เพราะไม่ค่อยพร้อมกับการจับอะไรหลายๆอย่างพร้อมกัน (หมายถึงช่วงที่ผมมีหน้าที่รับผิดชอบในงานนึงอยู่แล้ว และกำลังเต็มที่กับมันอยู่)
ผมไม่คิดว่าตัวเองเป็นนักเขียนหรือนักวาดรูปอะไรเท่าไหร่เลย เราสบายใจกับอะไรก็ทำไป เท่านั้น คือผมไม่ได้จำกัดกรอบว่าเราเป็นนักเขียนการ์ตูน หรือนักนู่น นักนี่ มีงานบางงานที่พอไปทำแล้วมันไม่ใช่ตัวเรา แล้วต้องมานั่งอธิบายกับคนอื่นว่านั่นนี่มันไม่ใช่ ก็ออกจะดูน่ารำคาญไปหน่อย
จึงสำนึกได้ว่า อะไรที่ไม่ใช่ตัวเรา เมื่อเคยลองแล้วไม่ใช่ จะใยไปฝืนทำมันทำไมบ่อยๆ แล้วมานั่งบ่นอีก
ผมต้องขออภัยจริงๆครับ ที่ปฎิเสธงานบางจำพวก ที่ผมคิดว่า ถ้าผมไปทำ ผมรู้ตัวแน่ๆว่าทำได้ไม่ดี
ถึงหากว่ามันจะฟลุ๊คออกมาดี แต่ผมก็อาจจะไม่มีความสุขที่ได้นั่งมองมัน
บางคนอาจจะไม่เข้าใจ ในสิ่งที่เราคิด เหมือนว่าผมหยิ่ง หรือ เริ่มขี้เกียจตัวเป็นขนแล้ว
สิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันนี้คือความรักในงานอดิเรก คืองานสบายๆ ไร้กรอบ
หนังสือที่ผมเขียนมันเหมือนงานศิลปะที่ใช้เวลาทำ บ่มเพาะเหมือนตั้งท้องคลอดลูกซักคน ในตอนนี้
มันไม่สามารถจะออกมาบ่อยๆเหมือนระบบอุตสาหกรรมได้เหมือนอย่างนักเขียนการ์ตูนคนอื่นๆ เพราะเรายังไม่ได้ยึดมันเป็นอาชีพโดยแท้จริง แต่คิดว่าอาชีพหลักในอนาคตก็คงไม่ไกลเรื่องพวกนี้ซักเท่าไหร่ แต่อาจจะไม่ได้มีชื่อว่าเป็น นัก"เขียนการ์ตูน" หรือ "นักเขียน"
ผมไม่ซีเรียสถ้าใครจะเด่นจะดังก็ทำไป เพราะผมไม่คิดแข่งขันอะไรกับใครตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
ผมมันพวกนักวิ่งนอกลู่ ถ้าจะเราวิ่ง ก็คงเพื่อออกกำลังกาย เสริมสร้างสุขภาพให้ตัวเอง
ไม่ใช่เพื่อไปแข่งขันเอาเหรียญมาห้อยคอถ่ายรูปอวดใครที่ไหน
ผมไม่ค่อยชอบส่งงานประกวดอะไรที่ไหน เพราะจากที่นั่งนึกดู ความคิดเห็นและรสนิยมในหลายๆอย่างของผมแตกต่างจากคนทั่วไป อะไรที่คนอื่นชอบ ผมมักจะเฉยๆ
ในงานเขียนๆแบบนี้เราถือว่าเป็นงานอดิเรกที่พยามจะคงความเป็นตัวเองไว้ให้เต็มที่ เหมือนกับศิลปินที่ถ่ายทอดงานศิลปะ ไม่ใช่ "ช่าง"
คำว่า "ศิลปิน" กับ "ช่าง" นั้นเป็นสิ่งที่ต่างกันมากในความรู้สึกผม
ผมรู้จักศิลปินหลายคนที่ไม่ได้อยากทำงานช่าง แต่ก็ต้องทำ เพื่อเม็ดเงิน ที่นำมาซึ่งความอยู่รอด
ผมรู้จักช่างหลายคน ที่อยากจะเป็นศิลปิน แต่ก็ทำไม่ได้เต็มที่ ก็เพื่อเม็ดเงิน ที่นำมาซึ่งความอยู่รอด
แน่นอนว่าวันนึงเราอาจจะกลืนน้ำลายตัวเอง งานอะไรเข้าก็รับดะทำไปมั่วไปหมด เพราะเงินทองไม่ใช่ใบไม้
แต่ ณ ตอนนี้ เลือกอะไรที่ทำแล้วมีความสุขได้ก็ขอทำไปก่อน เพราะชีวิตคงต้องเจอเรื่องทุกข์อีกเยอะ ขอสะสมความสุขกักตุนไว้หน่อยก็ดี
คำว่า เด็กศิลป์ หรือคนที่มีศิลปะ ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นศิลปินได้
เราเป็นคนมีศิลปะ ที่ไม่ได้อยากเอาเวลาไปทำงานเป็นเด็กศิลป์ที่ทาสีบ้าน หรือเขียนป้ายโครงการบ้านจัดสรรค์อยู่ตลอดเวลา ถ้าเรามัวแต่ไปทำอย่างนั้น เราอาจจะไม่ได้เป็นศิลปินซักที
ใช่ว่า อ.เฉลิมชัย จะเขียนป้ายหรือทาสีบ้านไม่เป็น คนมีศิลปะย่อมทำเป็น ทำได้ และทำได้ดีกว่าคนทั่วไปแน่ๆ
แต่ถ้า อ. เฉลิมชัยมัวแต่ไปรับงานเขียนป้าย หรือทาสีบ้านอยู่ตลอดเวลา เขาคงไม่ได้เป็นศิลปินแห่งชาติ
ผมคิดว่างั้น
ไม่ได้หมายความว่าผมอยากเป็นศิลปินแห่งชาติ
แต่หมายถึง ผมไม่รู้จะเดินอ้อมเส้นทางไปมากมายทำไม
ในเมื่อหัวใจเรารู้ดีว่าอยากเดินไปทางทิศไหน

ยอมรับว่าที่ผ่านก็เป็นเหมือนกันนะ เรื่องการปฎิเสธงานน่ะ
ส่วนใหญ่คิดว่าถ้างานชิ้นไหนถ้ารับมาแล้วทำให้เขาไม่เต็มที่ ชิ้นนั้นก็ไม่รับ...
เหอะ ๆ ผ่านมาเยอะ เจ็บมาเยอะ
#1 By O ช้างต้น on 2009-09-26 08:50