น้ำตากับความรัก
posted on 11 Aug 2009 08:29 by storyonthewall
คุณร้องไห้ให้กับความรัก ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?
การเป็นนักเขียน หรือนักเล่าเรื่อง ไม่ว่าจะแต่งเติม ขี้โม้โป้ปดอย่างไรก็ตามลงในงานของเรา มักจะมีคนถามเสมอๆว่า เอามาจากเรื่องจริงรึเปล่านี่? ชีวิตมึงเป็นงี้หรอกเหรอวะ? ซึ่ง เราเองก็อยากให้มันเป็นปริศนาไปเรื่อยๆ พยามวางตัวห่างๆ จากเรื่องส่วนตัวให้มากที่สุด พยามจะเขียนแต่ความคิดเห็น เรื่องสั้น ไม่ก็การเล่าเรื่องส่วนตัวแบบอ้อมค้อม การเขียนจำพวกไดอารี่ออนไลน์ ให้คนเข้ามาอ่านและล่วงรู้ถึงความสัมพันธ์แบบหนุ่มสาวสมัยใหม่ เพื่อบ่งบอกว่า เรากำลัง อ่อนแอนะ กำลังต้องการใครซักคนมาปลอบ หรือโชว์เพาเวอร์ว่าให้เห็นว่าฉันกำลังเข้มแข็ง เปิดหัวใจให้เห็นว่า ตอนนี้รักใคร งอนใคร เลิกกับใคร มีอะไรกับใครที่ไหน อย่างไร ท่าไหน เป็นอะไรที่ตัวผม(ในปัจจุบัน)ไม่ค่อยให้ความสนใจมันซักเท่าไหร่
แต่การรับรู้เรื่องราวของคนอื่นแล้วมองย้อนดูตัวเองนี่เป็นอะไรที่ผมต้องเจอกับมันประจำ อย่างเลี่ยงไม่ได้ ใช่เราทุกคนเลี่ยงไม่ได้หรอกที่จะไม่รับรู้เรื่องราวของคนรอบข้างเลย
โดยเฉพาะช่วงนี้ ผมได้ยินเสียงร้องไห้ของผู้คนรอบข้างบ่อยมาก (ไม่รู้เพราะอะไร) และส่วนใหญ่ จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับปัญหาความรักกันทั้งนั้น โดยเฉพาะผู้หญิง... ใช่ครับ เพื่อนผู้ชายโทรมาร้องไห้ให้กันฟังมันก็ไม่ค่อยจะมี หรือมีเยอะแต่ผมไม่ค่อยเจอก็ไม่รู้..
พอเพื่อนผู้หญิงโทรมาร้องไห้ ขอคำปรึกษา คำปลอบใจกับผมบ่อยเข้าๆ ทำให้ผมเริ่มที่จะสงสัย .. ว่าอะไรในตัวผมที่เป็นหลักประกัน ที่ทำให้เพื่อนผู้หญิงเชื่อว่าผม จะสามารถรับฟังและช่วยเหลือพวกเธอได้ หรือ ณ เวลานั้น อาจจะเป็นใครก็ได้ ใครซักคน ที่อยากจะแชร์เรื่องราวร้ายๆรักๆ ให้ฟัง และบังเอิญคนนั้นๆกลายเป็นผม ... รึเบอร์โทรศัพท์เราจะกระจัดกระจายอยู่ในเม็มโมรี่เครื่องคนอื่นๆมากไป...
ว่ากันตามตรง ผมคิดว่าผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องรักๆใคร่ๆ ไปมากกว่าใครที่ไหนหรอกครับ สำหรับเรื่องแฟน(ที่หมายถึง คนที่รักแล้วพร้อมจะเดินไปด้วยกัน ทุกวันนี้ก็ยังไม่โพล่เข้ามาในชีวิตผมแบบจริงๆจังๆ ซักที) ผมก็เลยไม่มีปัญหาความรักแบบทุกข์ๆร้อนๆ เจ็บปวดบางตายกะใครเค้ามากนัก ถึงจะเคยมี แต่มันก็ผ่านมานานมากแล้วนะ...คิดว่างั้น
คำพูด ที่ผมได้ยินประจำก็คือ
"เข้าใจใช่มั้ย.. ว่าเรารู้สึกยังไง" , "เราไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน" ,"ไม่นึกว่าจะเสียใจได้ขนาดนี้"
และประโยคคลาสิคที่สุดคือ "แล้วเราจะทำยังไงดี?"
...
มีหลายครั้ง ที่ผมอยากจะตอบว่า ... "ก็ไม่รู้เหมือนกัน ก็คิดแทนลำบากนะ" ," ไม่รู้สิ เราไม่เคยมีแฟนเป็นผู้ชายอ่ะ"
หรือไม่ก็ "เลิกสิ เลิก ... เลิกกับเขาแล้วมาคบเราดีว่า" (อันสุดท้ายนี่เลวไป) ... แต่ก็ไม่เคยได้พูด ประโยคพวกนี้ออกมาจริงๆ ซักทีหรอกครับ ณ เวลานั้น สิ่งที่ผมพอจะทำได้ดีที่สุดคือ ตอบว่า "เข้าใจนะ " ทั้งๆ ที่บางครั้ง ผมก็ไม่ได้เข้าใจมันจริงๆ แต่ก็ต้องตอบไปแบบนั้น ใช่แล้ว ..
การเลิกรากับใครซักคนแล้ว ต้องรีบ "หาแฟนใหม่" เพื่อดามใจ กลายเป็นวัฒนธรรมของคนยุคนี้ และมักจะรู้จักคนใหม่ๆกันตามผับ ตามบาร์ และแน่นอน การไปเที่ยวคืนนั้น ต้องมาจากสาเหตุของการอกหัก
ผมรู้สึกดีใจนะ ที่ไม่ได้ไป ยืนต่อแถว เพื่อเลือกคู่ มาไว้ประดับจิตใจ เอาไว้เท่ๆ ตามเสียงยุของเพื่อนฝูง
ในเรื่องของหัวใจ เราคิดว่า คนที่เราต้องฟังที่สุดคือ ตัวของเราเอง
เวลาที่ได้ยินเรื่องราวความรักช้ำๆ จากใครซักคน ผมรู้สึกว่าหลุดออกจากวงโคจรความรักมาซักระยะ
และเรามักจะได้อะไรใหม่ๆ มาเสมอเวลาเลิกรากับใครซักคน สำหรับผม ผมได้เรียนรู้โลกของ "หนัง" ครับ
การดูหนังคือกิจกรรมดามหัวใจในครั้งที่อกหัก สองสามปีที่ผ่านมาผมกลายเป็นคนติดหนัง และก็เกือบลืมไปแล้วว่าดุหนังเยอะๆ เพราะว่าอกหัก กลายเป็นว่าผมหลงรักหนังไปเลย และบ่อยครั้งที่ มีเพื่อนโทรมาคุยเรื่องปัญหาหัวใจ ผมมักจะดูหนังอยู่ และหนังที่ผมดูส่วนใหญ่มักจะดราม่า ช้ำๆในเรื่องชีวิต มากกว่าจะเป็นเรื่องช้ำรัก เหมือนการมองออกนอกหน้าต่าง เหมือนการเดินออกจากบานประตู ออกจากวงจรอะไรซักอย่าง ที่ทำให้รู้ว่า ไอ้เรื่องที่เราเจอมานี่ มันขี้ประติ๋ว ภาพยนตร์หลายเรื่องสะท้อนแง่มุมความเป็นอยู่ของมนุษย์ในช่วงสงคราม ความขัดแย้ง ศาสนา การเมือง ความยากจน คนพิการ การใช้ชีวิตของคน ความแตกต่างเหล่านี้ ช่วยสอนผมว่าเราควรเสียน้ำตาให้กับความรักแบบไหน มากน้อยแค่ไหน เพื่อนที่โทรมาปรึกษาผม ไม่เคยมีใครอายุเกิน 25 และยังไม่มีใครแต่งงาน มีลูก หรือมีภาระอะไรมากมายด้วยซ้ำไป
แต่ใช่ว่าเราร้องไห้ไม่ได้ การร้องไห้ไม่ได้ผิด ไม่ได้หมายถึงเรากำลังอ่อนแอเสมอไปใช่มั้ย? เราอาจจะแค่ระบายสิ่งที่อึดอัดออกมา ก็เหมือนการฉี่ ตด หรือ ขี้ นั่นแหล่ะ
พรุ่งนี้ก็ตื่นมาใช้ชีวิตในวันใหม่ อยู่ดี
ส่วนตัวผมจำไม่ได้ว่าร้องไห้ให้กับความรักครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ แต่จำได้ว่ามันทรมานเหมือนกัน
แต่คงไม่เทียบเท่า น้ำตาในงานศพของคนรักที่มาตายจากกันๆไปแน่ๆ
คำแนะนำของผมที่ให้กับผู้หญิงหลายๆคน ก็คือให้หาอะไรซักอย่างทำ พวกเธอมักจะถามว่า" ทำอะไรล่ะ"
ผมก็ตอบไปประจำว่า " ก็ไม่รู้สิ ก็ลองค้นๆดู อะไรที่ทำแล้วสบายใจ อย่าเพิ่งรีบหาแฟนใหม่ "
เพื่อนผู้ชายผม หลังจากที่เลิกรากับแฟนได้หมาดๆ คุยโวในวงดื่มนมว่า
เพื่อน : " ถ้ามีผู้หญิงคนไหนมาคบเราตอนนี้นะ ผู้หญิงคนนั้นจะโชคดีมากๆ"
ผม : ทำไมวะ?
เพื่อน : " เพราะตอนนี้เรารู้แล้ว ว่าควรทำยังไงกับความรัก"
.......
ผมนึกขำในใจ เพราะมันเป็นความคิดที่ ทุกคนเคยคิดแบบนี้ทั้งนั้น ผมเองก็เช่นกัน ตลกดี
แล้วเราก็จะมารู้ทีหลังเรื่อยๆๆๆๆ ในครั้งที่อกหักต่อๆไปว่า ควรทำอย่างไรๆๆๆๆ
ซึ่งในความเป็นจริง เราจะคิดแบบนี้ไปเรื่อยๆ โดยไม่มีที่สิ้นสุด ผู้หญิงผู้โชคดีจึงไม่มีในโลก ผู้ชายที่โชคดีไม่มีในโลก
คนมีความรักที่แท้จริง แต่ไม่เคยหลั่งน้ำตาให้กับความรักก็ไม่มีในโลกเช่นกัน
ผมไม่ได้กลัวที่จะเสียน้ำตา ถ้าจะต้องมีความรักอีกครั้ง
และก็คงไม่ได้เป็นผู้รู้ที่จะคุยโวว่าผ่านเรื่องพรรค์นี้มาเยอะ หรือเข้มแข็งมากพอแล้วด้วย
ผมรู้เฉพาะเรื่องที่เคยผ่าน ไอ้ที่ยังไม่รู้กว่าค่อนชีวิตก็ยังอยากรู้ อยากรัก อยากลอง
ความรักเหมือนยาเสพติด เลิกยาก บำบัดนาน
ที่ผมรู้ได้วันนี้คือ คนเราไม่มีใครเข็ดจริงจังกับความรัก พวกที่โทรมาร้องไห้ ก็พากันยิ้มร่า เมื่อเวลาผ่านไป
และไม่ช้าหรือเร็วก็จะกลับมาร้องไห้กับเรื่องเดิมๆอีกครั้ง นั่นคือพวกเราไม่รู้จักเข็ดรึเปล่า
เมื่อเราเติบโตขึ้น เราจะเสียน้ำตาให้กับความรัก มากขึ้น หรือน้อยลง
ใครจะรู้ เรื่องรักๆใคร่ๆ ไม่เคยแน่นอน ไม่มีใครที่โชคดีเสมอไป
ตราบใดที่คนเรายังมีหัวใจไว้ให้รักใครซักคน
แล้วสักวันคุณจะเข้าใจเรื่องน้ำตากับความรัก ด้วยตัวคุณเอง

เนอะ
#1 By sherol on 2009-08-11 10:34