ความเป็นไปได้ในนางไม้ เป็นเอก รัตนเรือง
posted on 08 Jul 2009 23:00 by storyonthewall(เนื้อหาบางส่วนเปิดเผยเนื้อหาในเรื่อง)
ด้วยความที่ผมเป็นคอหนังอาร์ตแล้ว เรื่องนี้จึงพลาดไม่ได้อย่างยิ่ง และคันไม้คันมือ อยากจะเขียนอะไรให้คนอื่นอ่านสักหน่อย เป็นเอก รัตนเรือง เป็นผู้กำกับหนังอาร์ตไทยคนหนึ่ง (ที่มีอยู่อย่างนับหัวได้) มีแนวทางของหนังไปทางที่คล้ายกับ การเล่าเรื่องแบบ วรรณกรรมชั้นสูง ที่ปล่อยให้คนดู คลำทางเอาเอง ไม่ได้ชี้ทางให้ชัดแจ่มแจ้งเหมือนหนังทั่วๆไป แนวของเป็นเอก คล้ายคลึง กับ ผู้กับกับชาวฝรั่งเศส Bruno Dumont ที่กำกับเรื่อง flander(2006)
ลักษณะหนังของ Bruno Dumont และเป็นเอก คล้ายคลึงกันที่ เป็นหนังนิ่งเงียบ มักจะนิยมถ่ายลองชอต ปล่อยให้ตัวละครเคลื่อนไหวไปอย่างเนิบๆ สายตาของนักแสดงมักจะก้มต่ำ และคิ้วขมวด เหมือนมีอะไรให้คิดอยู่ตลอดเวลา ซึ่งลักษณะดังกล่าว เป็นอะไรที่ชวนให้คนดูหนัง(แบบทั่วๆไป)หลับใหลได้อย่างง่ายดาย
เรื่องนี้ น่าจะถ่ายกล้องฟิลม์ แต่ไม่ปรับแต่งสีฟลิม์อะไรมากนัก บางฉากดูเหมือนจะเป็นดิจิตอลเลยด้วยซ้ำ
หลังจากที่ดูนางไม้ อย่างตั้งอกตั้งใจ ผมก็ทึกทักเอาเองว่า 80% ของคนที่ดูหนังเรื่องนี้ อาจจะตีความเนื้อเรื่องไม่ตรงกับผม ด้วยความที่เป็นหนังที่ดูคลุมเครือตามสไตล์เป็นเอก แต่สำหรับในวงการหนังอาร์ตแล้ว หนังของเป็นเอก ไม่ใช่หนังที่ดูยาก หรือเข้าใจยากอะไรนัก
เริ่มจากฉากเปิดเรื่องในป่าที่คนส่วนใหญ่บอกว่าน่าเบื่อ ชวนหลับตั้งแต่ต้นเรื่อง เหตุใดผู้กำกับถึงต้องการให้ถ่ายกล้องลองชอต แฮนด์เฮลไม่มีโฟกัสที่แน่นอน บ้างถ่ายเถาวัลย์บ้าง ใบไม้ ต้นไม้ จ่อถ่ายพื้น ก็มี ส่วนที่เป็นการเล่าเรื่อง มีเพียงผู้ชายสองคน ข่มขืนผู้หญิงกลางป่า
แต่เหตุผลว่าทำไมกล้องต้องเดินอ้อมเหตุการ์ณ์ไปนานก็เฉลย เมื่อกล้องเดินทางมาถึงแม่น้ำ ที่เห็นว่ามีผู้ชาย นอนลอยคอกันอยู่สองคน(ซึ่งอาจจะเปนสองคนที่พยามข่มขืน ผู้หญิงในก่อนหน้านี้) เป็นเอกต้องการจำลองเหตุการณ์แบบ Real Time ถ้านับเวลา ที่จัดการกับผู้ชายสองคน ก็น่าจะเป็นเวลาที่เหมาะสม ก่อนจะจับให้ทั้งสองมานอนลอยคออยู่ในน้ำ ซึ่งเมื่อฉากเฉลยเช่นนี้ ทำให้อาจทึกทักไปได้ว่า ผู้หญิงที่โดนข่มขืน คือ "นางไม้" นั่นเอง ซึ่งถ้ามาคิดๆ ดู ถ้าซีนนี้ถูกตัดต่อให้ ผ่านเลยไปในเวลาไม่กี่วิ คนดูจะไม่คิดว่า สองคนที่ลอยคอนั่นคือคนที่พยามข่มขืนหญิงสาวคนนั้น
(*ผู้ชายสองคนที่ลอยคออยู่ในน้ำ ถ้าสังเกตุดีๆ แบบจับผิดหนัง ในช่วงที่ยังเป็นภาพระยะ LS พุงของผู้ชายคนหนึ่งกำลังกระเพื่อมเล็กน้อย แสดงถึงอาการว่ายังหายใจอยู่ กับอีกคนที่หน้าคว่ำ หายใจรดน้ำ จนเกินคลื่นเล็กๆ ที่บริเวณหน้าที่คว่ำลงในน้ำด้วยนะ หุ หุ)
หรือไม่ ซีนที่เราเห็นเป็นลองซอต แบบแฮนด์เฮล นั่น อาจจะเป็นมุมมองของนางไม้เอง (สังเกตุได้จากเสียงหื่นหอบ กับสกอร์หนังที่อยู่ติดกล้องตลอดเวลา) ซึ่งได้ข่าวว่า ซีนนี้ในเวอร์ชั่นคานส์ไม่มีเสียงสกอร์หนัง เป็นเสียงธรรมชาติล้วนๆ (แนบหูฟังดีๆ อาจได้ยินเสียงฝีเท้า ตากล้องที่เดินแบกกล้องถ่ายด้วยนะ)
ฉากที่ นพ (นพชัย ชัยนาม) (ตากล้องที่ใช้กล้องฟิมล์ถ่ายรูป แต่ก็เสือกเอารูปมาสแกนลงคอมอยู่ดี แนะนำให้ซื้อกล้องดิจิตอลใช้นะจ๊ะ) เดินเข้าไปในป่า แล้วได้เจอกับต้นไม้ที่ดูน่าหลงไหลจนต้องเข้าไปกอดต้นไม้ราวกับหญิงสาว เหมือนโดนต้องมนต์สะกด (ฉากนี้ทำได้ดีตรงที่ทำให้เห็นว่า แว่นที่นพใส่ เสียดสีกับลำต้น จนแว่นน่าจะตก)
แล้วแว่นที่ว่าก็กลายเป็น "ซิมโบล" ชิ้นหนึ่งของหนัง โดนที่คนดูไม่รู้ตัว เมื่อ เมย์ (กิ๊บซี่ ) เดินมาพบแว่นเข้าหลังจากนั้น แต่ (การตัดต่อในช่วงเดินมาเจอแว่นนี้ ไม่ใช่ Real Time เป็นการ เล่าเรื่องหลังจากที่ นพ หลงเข้าไปในมนต์สะกดของต้นไม้แล้ว) แต่การตัดต่อชวนให้งง หรือ(ความเป็นไปได้ในแบบที่ 2 เล่าว่ามันคือช่วงเวลาที่เมย์ น่าจะเห็นนพ แต่เพราะนพ หลงเข้าไปในมนต์อะไรบางอย่าง ทำให้ เมย์มองไม่เห็นนพ ที่อยู่ตรงนั้น)
หลังจากที่ ทั้งคู่เจอกันอีกครั้ง ในตอนกลางคืน เมย์ตกใจที่นพออกมาจากป่าได้โดยไม่ใส่แว่น จากคำถามที่ว่า
"มองเห็นเหรอ" คาดเดาว่าปกติ นพน่าจะเป็นคนที่สายตาสั้น จนมองไม่เห็นทางถ้าไม่สวมแว่น แต่เขาออกมาโดยไม่ใส่แว่น และยังกินเนื้อกระต่ายอย่างอเร็ดอร่อย " นพชอบกินกระต่ายตั้งแต่เมื่อไหร่"
จุดนี้เองซึ่งหนังพยามบอกว่า นพเริ่มเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ใช่แล้วครับ ความเป็นไปได้ อีกอย่างหนึ่งคือ ความจริงแล้ว นพคนนั้น อาจจะเป็นนางไม้แปลงกายมา ก็เป็นได้"
คาดเดาได้จาก 1.การที่นพไม่ใส่แว่น 2.กินกระต่าย 3.เวลากลางคืน
นพ(ที่คาดว่าจะเป็นนางไม้ปลอมตัวมา) จะออกมาเฉพาะเวาลากลางคืน และหายไปในตอนกลางวัน
หลังจากที่นพหายตัวไป เมย์ได้ เข้าไปตามหานพในป่า เดินไปเจอต้นไม้เจ้าปัญหา ก่อนจะล้มลงไป เพราะมนต์สะกดของนางไม้ ก่อนจะลากเมย์ออกมาไว้ที่เต้นท์ (เป็นตัวบอกว่า นางไม้ ต้องการแค่ผู้ชายเท่านั้น ผู้หญิงไม่เอาย่ะ หล่อนกลับไปเหอะ) หลังจากซีนนี้ ถ้าสังเกตุดีๆ รอยแผลของเมย์ หลังจากที่โดนนางไม้ลากออกมา นั้น ไม่ใช่แค่รอยแผลที่ขูดขีดไปกับพื้นป่าอย่างเดียว "มีรอย ที่เหมือนกับโดนเล็บ คนข่วนด้วย!!!"
หลังจากที่พี่กร (เอก-ชมะนันทน์ วรรณวินเวศร์) (ชู้ของเมย์ ที่มีภรรยาอยู่แล้วเช่นกัน) มารับกลับไปที่บ้าน ไม่นานหลังจากนั้น ก็พบว่า "นพกลับมานอนที่โซฟา"ซะงั้น!! แล้วขอน้ำกิน "น้ำ" ที่นพกินบ่อยๆ และไม่ยอมกินข้าวปลา กินแต่เพียงน้ำ
เหมือนกับต้นไม้ นั่นเอง เป็นตัวบอกว่า "ไอ้คนที่เมย์เห็นนั่น ไม่ใช่นพซะแล้ว" นางไม้นั่นเอง (*ความเป็นไปได้ )
การที่เมย์ สลบสไหล หน้าต้นไม้ ก่อนจะโดนนางไม้ลากออกมา ก็อาจเป็นไปได้ ว่าเมย์เองก็โดนนางไม้สะกดอยู่เช่นกัน จึงทำให้เห็นภาพนพ ที่นางไม้สร้างขึ้นมา ที่เราสังเกตุได้อีกแบบคือ "นางไม้ มีความต้องการที่จะมีเซ็กส์ อยู่บ่อยๆ"(ฟังจากเสียงหอบ หื่นๆ)หรือไม่ก็อาจจะเป็นภาพจิตสำนึกของ เมย์เอง ที่อยากให้นพเป็นไปในแบบใด" นี่คือสิ่งที่เป็นมนต์สะกดของนางไม้
ฉากที่เมย์เดินเข้ามานั่งบนรถของกร โดยกล้องยังไม่บอกคนดูว่า ในรถมีคนอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นกร ทำได้ดี แต่ถ้าคนที่ดูอย่างสังเกตุจะรู้ว่า เดี๋ยวต้องมีบทสนทนาในรถแน่ๆ เพราะฝั่งที่เมย์มานั่งคือด้านซ้ายมือคนขับ คนที่อยู่ในรถน่าจะเป็นกร ซีนนี้ชอบ ที่นพเดินออกจากรถไปแล้วโมโห ทุบอะไรซักอย่างเสียงดังๆ แล้วเมย์ตกใจ ซีนนี้ผมชอบครับ สมจริง
เราจะเห็นว่าไดเรกชั่นสนทนาในหนังของเป็นเอก มีความธรรมชาติกว่าหนังไทยเห่ยๆเรื่องอื่น ที่ยังใช้ภาษาเขียนมาพูดในเรื่อง ทำให้รู้ว่าท่องจำมาจากบท เช่น
"นั่นสินะ" หรือ "จริงสิ" "งั้นรึ" "ไม่จริงสักหน่อย" หนังไทยหลายๆเรื่องยังพูดบทแบบนี้อยู่เลย ทำให้ดูแบน(ฉิบหาย)
ถ้าผู้กำกับมีเซนส์สักหน่อย นักแสดงควรพูดประมาณว่า
"เออ นั่นดิ" "จริงอ่ะ,จริงดิ" "เหรอวะ"" เฮ้ย..จริงงะ" ประมาณนี้เป็นต้น
แต่ปัญหาเหล่านี้ไม่ค่อยพบในหนังของเป็นเอกเท่าไหร่ ในเรื่องนางไม้ ผมถือว่าไดเร็กชั่นสนทนาผ่านฉลุย"
กลับมาที่เนื้อเรื่องต่อ
หลังจากที่ กร เข้าไปในบ้านของ เมย์ โดยพละการ ทำให้รู้ว่า ที่นี่ไม่มีใครอื่นอยู่นอกจากเมย์ สังเกตุได้จาก ในห้องล้างรูปที่ก่อนหน้านี้ในซีน ที่เมย์กับนพคุยกัน จะมีรูปต้นไม้ ที่นพเอาฟิลม์มาล้างหลังจากกลับออกจากป่า แต่ตอนที่กรเข้าไป กลับไม่มีฟิลม์เหล่านั้นที่แขวนไว้ก่อนหน้านี้" (ซีนนี้ไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกกร ว่านพไม่ได้กลับมา แต่เป็นซิมโบลที่บอกคนดู(ที่ทันสังเกตุ)
"ผมว่านพไม่ได้กลับมา" คำพูดของกร
(ซีนนี้เอง จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ ตั้งแต่เหตุการณ์ที่เมย์ตื่นมาแล้วนพ นอนอยู่ที่โซฟา เป็นเพียงความฝัน นับตั้งแต่ตรงนั้นมา เมย์ตื่นจริงๆ อีกครั้ง ก็เมื่อตอนนี้กร เข้ามานอนที่โซฟาตัวนั้น นี่เอง !!!!")
(สาเหตุที่เมย์ไม่ได้ไปทำงาน อาจจะไม่ใช่เพราะอยู่บ้านกับนพ แต่เพราะหลับไปยอมตื่นตังหาก!!! เป็นเหตุผลสอดคล้องว่า เมื่อผิดสาเหตุที่เมย์ไม่มาทำงาน กรจึงกล้าที่จะเข้าไปในบ้านเมย์ เพราะรู้ว่า นพไม่ได้กลับมานั่นเอง คิดข้ามซีนนั่งสนทนาในรถของกร ก่อนหน้านี้ไปได้เลย เพราะนั่นอาจเป็นแค่ความฝันของเมย์นั่นเอง!!)
* แต่ "ผมว่านพไม่ได้กลับมา" คำพูดของกร ตรงนี้ทำให้ขัดแย้งนิดๆ กับซีนนั่งคุยในรถของเมย์กับกร ที่ดูน่าจะเป็นความฝัน อาจะเป็นสาเหตุที่ผู้กำกับเป็นเอก จะทิ้งเอาไว้ เพื่อปั่นป่วนหัวเราเล่นก็เป็นได้ จึงคิดได้ทั้ง อาจจะฝัน หรืออาจจะไม่ใช่ฝัน เป็นนางไม้ในร่างของนพเหมือนประเด็นก่อนหน้านี้
การเมย์ทบทวนถึงความเป็นไปได้ ว่าที่จริงแล้วนพไม่ได้กลับออกมาจากป่า ไหนจะโทรไปแล้วได้ยินเสียง ซีดซ๊าดในป่า ของนางไม้นั่นอีก (อาจเป็นเสียงนางไม้หัวเราะ หึหึหึ ผัวเธออยู่กับฉันจ๊ะ โฮ๊ะๆๆๆ ก้เป็นไปได้.... คิดไปโน่น)
ทำให้เมย์กลับเข้าไปในป่าอีกครั้ง
เพื่อไปวีนต้นไม้(เหมือนจะรับรู้สาเหตุที่นพไม่กลับมาแล้ว)
ฉากที่เมย์เข้าไปวีน เอามีดฟันต้นไม้อย่างบ้าคลั่ง อาจะเป็น การต่อสู้ในความฝันของเมย์ เองก็ได้!!! เพราะก่อนหน้านี้ที่จะเข้าไป เมย์ถูกกรห้าม ทุบแระตีอะไรซักอย่าง ทำเอาเมย์ล้มฟุบเอาง่ายๆ (เหมือนหนังบู้ ทั่วๆไป) แล้วกร ก็อุ้มหล่อนมานอนที่เต้นท์
เหตุผลที่ทำให้คาดเดาได้ว่าเป็นความฝัน ความเป็นไปได้คือ นางไม้ อาจจะเป็นภูติผีที่มีพลัง เข้ามาปั่นป่วนในความฝันของคนได้ จากพลังที่ทำให้เมย์ สลบสไหลไปเมื่อยืนต่อหน้าต้นไม้นั้นมากกว่าหนึ่งครั้ง แต่ความฝันเหล่านั้น ก็มีจุดเชื่อมโยงสู่ความเป็นจริง แต่ตรงนี้จะขัดแย้งนิดหน่อยก็ตรงนี้ นพอุ้มเมย์ มาส่งที่เต้นท์หลังจากนั้น
ช่วงประมาณนี้ หนังมีซีนที่อาจทำให้ความเข้าใจของคนดูเปลี่ยนไปอีก คือซีน ชาวบ้านที่เข้ามาในป่าแล้วเจอศพที่สวมนาฬิกา (ซึ่งอาจจะเป็นศพ นพที่ตายไปแล้วก็เป็นได้) ชาวบ้านทำท่าทางเหมือนไม่ได้ตกใจอะไรมากนักกับการพบศพ จึงอาจะเป็นไปได้ว่า คนที่เข้าป่ามาที่นี่กลายเป็นศพอยู่ในป่าเป็นธรรมดา เหมือนจะเคยเห็นจนชิน) ก่อนจะตัดสินใจขโมยนาฬิกาซะ..
ในค่ำวันนั้น นพเดินแบกร่างของเมย์ ออกมาจากป่ามาที่เต้นท์ ซึ่งกร นั่งอยู่บริเวณนั้น
(มีความเป็นไปได้ที่ นพในร่างนั้นอาจจะเป็นวิญญาณนพ หรือนางไม้ คือ 1.ออกมากลางคืน 2. ไม่สวมแว่น(อีกแล้ว)
กร : "เธอบอกว่า ต้นไม้นั่นเอาคุณไปจากเธอ"
นพ: " คุณเอาเมย์ไปจากผม งั้นผมก็ฟันคุณได้เหมือนกัน"
กร : คุณจะกลับไปอยู่กับเมย์มั้ย
นพ :.... (ทำหน้าเหมือนกึ่งพยักหน้า ค่อนข้างคลุมเครือ เปลี่ยนเรื่องพูด และเดินจากไป หายกลับเข้าไปในป่า)
หนังจบด้วยอารมณ์ค้างคา ให้กลับไปคิดต่อ
รู้มาว่า ในเวอร์ชั่นที่ฉายในคานส์ จบแบบที่ นพถามก็เมย์ว่าจะเอาไง เมย์ตอบว่า จะรอนพ
หลายคนอาจจะหงุดหงิดที่ หนังจบแบบค้างเติ่ง แบบนี้ ส่วนตัวผมแล้วก็(เกือบจะ)ดูสมบรูณ์ดี
ถ้าหากหนังจบไปตั้งแต่ซีน ที่นพเดินหายเข้าไปในป่า หรือว่า จบแบบมีคำพูดของ
เมย์สักคำหนึ่งก่อนขึ้นเครดิต อาจจะสมบรูณ์มากกว่านี้ (ความเห็นส่วนตัว)
นักวิจารณ์หลายคนบอกว่าชอบหนังของเป็นเอกเรื่องก่อนๆ มากกว่านี้ แต่สำหรับผม เรื่องนี้ดูมีน้ำหนัก มากกว่าเรื่องก่อนๆ หน่อย ตรงที่เป็นเอกเขียนบทเอง ประเด็นคล้ายๆเรื่องพลอย ที่นำ"ชื่อเรื่อง มากจากส่วนประกอบในเรื่อง ไม่ใช่จากประเด็นหลักในเรื่อง" พลอย ที่ดูแล้วพบว่า เด็กหญิงที่ชื่อพลอย เป็นแค่ผู้หญิงวัยรุ่นแสนธรรมด๊า ธรรมดาคนหนึ่ง ที่เพียงเข้ามาเป็นประเด็นให้สามรภรรยาเค้าทะเลาะกัน แล้วก็ผ่านไปง่ายๆ เป็นส่วนประกอบส่วนหนึ่งเท่านั้น นางไม้ก็เช่นเดียวกัน เรื่องราวของนางไม้ในเรื่องนางไม้ ก็ไม่ได้ชัดเจนจน จะเป็นประเด็นหลักความน่าขวัญผวาในเรื่องได้เท่าไหร่ ประเด็นคือความสัมพันธ์ของคนสองคนสามคน นั่นมากกว่า
สุดท้าย ผมรู้สึกสะใจ แทนผู้ที่อยากจะไปดูนางไม้ เพียงเพราะกิ๊บซี่แสดงตามแบบฉบับของคนหื่นๆทั่วไป ซึ่งในเรื่องเป็นอารมณ์หื่นแบบเพื่อเล่าเรื่องหลบฉาก ให้ได้อารมณ์อีโรติกที่เปิดให้ท่านๆจินตนาการเอาเองล้วนๆ
ที่ไม่มีแม้กระทั่งฉากจูบ แต่หนังกลับดูสมบรูณ์ได้โดยไม่ต้องเปลื้องผ้า เปลืองตัวอะไรแบบนั้น
ผมรู้สึกดี ที่นางไม้ ไม่ทำเพลงประกอบภาพยนต์แบบจริงๆ จังๆเพื่อจะขาย ดีใจที่ไม่ได้นำเพลงของเกอรี่เบอรรี่มาประดับไว้ให้รกรุงรัง เพื่อการตลาด
เคยฟังสัมภาษณ์จากฝรั่งในเมืองคานส์ ถึงนางไม้เวอร์ชั่นคานส์ ว่าหนังเป็นเอกเรื่องนี้ มีส่วนของความเป็นอภิชาติพงษ์เข้ามาเจือปน ผมเดาว่าฝรั่งท่านนี้น่าจะเปรียบเทียบกับสัตว์ประหลาด หรือกรณี ที่ความเป็นไปได้ในเนื้อหา เดาได้หลายทางเช่นเดียวกับ หนังของอภิชาติพงษ์ แถมยังบอกว่าหนังค่อนข้างเนิบๆ ดำเนินเรื่องที่ไม่สามารถทำให้คนดูอยู่ติดกับหนังตลอด 90 นาทีได้ (เดาว่า น่าจะเพราะไม่มีสกอร์หนัง ในเวอร์ชั่นคานส์) แต่ยังไงก็ อยากดูเวอร์ชั่นคานส์ อีกอยู่ดีแหล่ะ หาดูได้ที่ไหนละทีนี้
แถมโปสเตอร์ก็สวยกว่าด้วย
(ไม่ขายนางเอก เหมือนบ้านเรา)
ปล.คาแรกเตอร์พระเอก ช่างถ่ายรูป ทำตัวติสๆ หน้าตาคิดมากๆ ตั้งแต่ ชัตเตอร์ ผมก็เห็นมาหลายเรื่องแล้ว ทั้งในหนังไทย และหนังเทศ (ส่วนใหญ่จะใช้ในหนังผี หนังลึกลับ) (เป็นกระแสแล้วรึเปล่านะ..เริ่มเบื่อแล้วนา)
นางไม้ เป็นเอก รัตนเรือง B+



อ่านแล้วผมว่าจะไปดูล่ะ
(เพราะดูพลอยไม่ค่อยรู้เรื่อง ฮ่าๆ
)

แต่เขียนซะเป็นภาพเลยยย
#1 By b-padung Studio on 2009-07-09 01:18