à¸�าà¸�à¹� 

(เนื้อหาบางส่วนเปิดเผยเนื้อหาในเรื่อง)

 

ด้วยความที่ผมเป็นคอหนังอาร์ตแล้ว เรื่องนี้จึงพลาดไม่ได้อย่างยิ่ง และคันไม้คันมือ อยากจะเขียนอะไรให้คนอื่นอ่านสักหน่อย เป็นเอก รัตนเรือง เป็นผู้กำกับหนังอาร์ตไทยคนหนึ่ง (ที่มีอยู่อย่างนับหัวได้) มีแนวทางของหนังไปทางที่คล้ายกับ การเล่าเรื่องแบบ วรรณกรรมชั้นสูง ที่ปล่อยให้คนดู คลำทางเอาเอง ไม่ได้ชี้ทางให้ชัดแจ่มแจ้งเหมือนหนังทั่วๆไป แนวของเป็นเอก คล้ายคลึง กับ ผู้กับกับชาวฝรั่งเศส  Bruno Dumont ที่กำกับเรื่อง flander(2006)

ลักษณะหนังของ Bruno Dumont  และเป็นเอก คล้ายคลึงกันที่ เป็นหนังนิ่งเงียบ มักจะนิยมถ่ายลองชอต ปล่อยให้ตัวละครเคลื่อนไหวไปอย่างเนิบๆ  สายตาของนักแสดงมักจะก้มต่ำ และคิ้วขมวด เหมือนมีอะไรให้คิดอยู่ตลอดเวลา ซึ่งลักษณะดังกล่าว เป็นอะไรที่ชวนให้คนดูหนัง(แบบทั่วๆไป)หลับใหลได้อย่างง่ายดาย

เรื่องนี้ น่าจะถ่ายกล้องฟิลม์ แต่ไม่ปรับแต่งสีฟลิม์อะไรมากนัก บางฉากดูเหมือนจะเป็นดิจิตอลเลยด้วยซ้ำ 

หลังจากที่ดูนางไม้ อย่างตั้งอกตั้งใจ ผมก็ทึกทักเอาเองว่า 80% ของคนที่ดูหนังเรื่องนี้ อาจจะตีความเนื้อเรื่องไม่ตรงกับผม ด้วยความที่เป็นหนังที่ดูคลุมเครือตามสไตล์เป็นเอก แต่สำหรับในวงการหนังอาร์ตแล้ว หนังของเป็นเอก ไม่ใช่หนังที่ดูยาก หรือเข้าใจยากอะไรนัก

 เริ่มจากฉากเปิดเรื่องในป่าที่คนส่วนใหญ่บอกว่าน่าเบื่อ ชวนหลับตั้งแต่ต้นเรื่อง เหตุใดผู้กำกับถึงต้องการให้ถ่ายกล้องลองชอต แฮนด์เฮลไม่มีโฟกัสที่แน่นอน บ้างถ่ายเถาวัลย์บ้าง ใบไม้ ต้นไม้ จ่อถ่ายพื้น ก็มี ส่วนที่เป็นการเล่าเรื่อง มีเพียงผู้ชายสองคน ข่มขืนผู้หญิงกลางป่า

แต่เหตุผลว่าทำไมกล้องต้องเดินอ้อมเหตุการ์ณ์ไปนานก็เฉลย เมื่อกล้องเดินทางมาถึงแม่น้ำ ที่เห็นว่ามีผู้ชาย นอนลอยคอกันอยู่สองคน(ซึ่งอาจจะเปนสองคนที่พยามข่มขืน ผู้หญิงในก่อนหน้านี้) เป็นเอกต้องการจำลองเหตุการณ์แบบ Real Time ถ้านับเวลา ที่จัดการกับผู้ชายสองคน ก็น่าจะเป็นเวลาที่เหมาะสม ก่อนจะจับให้ทั้งสองมานอนลอยคออยู่ในน้ำ ซึ่งเมื่อฉากเฉลยเช่นนี้ ทำให้อาจทึกทักไปได้ว่า ผู้หญิงที่โดนข่มขืน คือ "นางไม้" นั่นเอง  ซึ่งถ้ามาคิดๆ ดู ถ้าซีนนี้ถูกตัดต่อให้ ผ่านเลยไปในเวลาไม่กี่วิ คนดูจะไม่คิดว่า สองคนที่ลอยคอนั่นคือคนที่พยามข่มขืนหญิงสาวคนนั้น

(*ผู้ชายสองคนที่ลอยคออยู่ในน้ำ ถ้าสังเกตุดีๆ แบบจับผิดหนัง ในช่วงที่ยังเป็นภาพระยะ LS พุงของผู้ชายคนหนึ่งกำลังกระเพื่อมเล็กน้อย แสดงถึงอาการว่ายังหายใจอยู่ กับอีกคนที่หน้าคว่ำ หายใจรดน้ำ จนเกินคลื่นเล็กๆ ที่บริเวณหน้าที่คว่ำลงในน้ำด้วยนะ หุ หุ)

 หรือไม่ ซีนที่เราเห็นเป็นลองซอต แบบแฮนด์เฮล นั่น อาจจะเป็นมุมมองของนางไม้เอง (สังเกตุได้จากเสียงหื่นหอบ กับสกอร์หนังที่อยู่ติดกล้องตลอดเวลา) ซึ่งได้ข่าวว่า ซีนนี้ในเวอร์ชั่นคานส์ไม่มีเสียงสกอร์หนัง เป็นเสียงธรรมชาติล้วนๆ (แนบหูฟังดีๆ อาจได้ยินเสียงฝีเท้า ตากล้องที่เดินแบกกล้องถ่ายด้วยนะ)

 ฉากที่ นพ (นพชัย ชัยนาม) (ตากล้องที่ใช้กล้องฟิมล์ถ่ายรูป แต่ก็เสือกเอารูปมาสแกนลงคอมอยู่ดี แนะนำให้ซื้อกล้องดิจิตอลใช้นะจ๊ะ) เดินเข้าไปในป่า แล้วได้เจอกับต้นไม้ที่ดูน่าหลงไหลจนต้องเข้าไปกอดต้นไม้ราวกับหญิงสาว เหมือนโดนต้องมนต์สะกด (ฉากนี้ทำได้ดีตรงที่ทำให้เห็นว่า แว่นที่นพใส่ เสียดสีกับลำต้น จนแว่นน่าจะตก)

แล้วแว่นที่ว่าก็กลายเป็น "ซิมโบล" ชิ้นหนึ่งของหนัง โดนที่คนดูไม่รู้ตัว เมื่อ เมย์ (กิ๊บซี่ ) เดินมาพบแว่นเข้าหลังจากนั้น แต่ (การตัดต่อในช่วงเดินมาเจอแว่นนี้ ไม่ใช่ Real Time เป็นการ เล่าเรื่องหลังจากที่ นพ หลงเข้าไปในมนต์สะกดของต้นไม้แล้ว) แต่การตัดต่อชวนให้งง หรือ(ความเป็นไปได้ในแบบที่ 2 เล่าว่ามันคือช่วงเวลาที่เมย์ น่าจะเห็นนพ แต่เพราะนพ หลงเข้าไปในมนต์อะไรบางอย่าง ทำให้ เมย์มองไม่เห็นนพ ที่อยู่ตรงนั้น)

หลังจากที่ ทั้งคู่เจอกันอีกครั้ง ในตอนกลางคืน เมย์ตกใจที่นพออกมาจากป่าได้โดยไม่ใส่แว่น จากคำถามที่ว่า

 "มองเห็นเหรอ"  คาดเดาว่าปกติ นพน่าจะเป็นคนที่สายตาสั้น จนมองไม่เห็นทางถ้าไม่สวมแว่น แต่เขาออกมาโดยไม่ใส่แว่น และยังกินเนื้อกระต่ายอย่างอเร็ดอร่อย " นพชอบกินกระต่ายตั้งแต่เมื่อไหร่"

จุดนี้เองซึ่งหนังพยามบอกว่า นพเริ่มเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ใช่แล้วครับ ความเป็นไปได้ อีกอย่างหนึ่งคือ ความจริงแล้ว นพคนนั้น อาจจะเป็นนางไม้แปลงกายมา ก็เป็นได้"

คาดเดาได้จาก 1.การที่นพไม่ใส่แว่น 2.กินกระต่าย 3.เวลากลางคืน

นพ(ที่คาดว่าจะเป็นนางไม้ปลอมตัวมา) จะออกมาเฉพาะเวาลากลางคืน และหายไปในตอนกลางวัน

หลังจากที่นพหายตัวไป เมย์ได้ เข้าไปตามหานพในป่า เดินไปเจอต้นไม้เจ้าปัญหา ก่อนจะล้มลงไป เพราะมนต์สะกดของนางไม้ ก่อนจะลากเมย์ออกมาไว้ที่เต้นท์ (เป็นตัวบอกว่า นางไม้ ต้องการแค่ผู้ชายเท่านั้น ผู้หญิงไม่เอาย่ะ หล่อนกลับไปเหอะ) หลังจากซีนนี้ ถ้าสังเกตุดีๆ รอยแผลของเมย์ หลังจากที่โดนนางไม้ลากออกมา นั้น ไม่ใช่แค่รอยแผลที่ขูดขีดไปกับพื้นป่าอย่างเดียว "มีรอย ที่เหมือนกับโดนเล็บ คนข่วนด้วย!!!"

หลังจากที่พี่กร (เอก-ชมะนันทน์ วรรณวินเวศร์) (ชู้ของเมย์ ที่มีภรรยาอยู่แล้วเช่นกัน) มารับกลับไปที่บ้าน ไม่นานหลังจากนั้น ก็พบว่า "นพกลับมานอนที่โซฟา"ซะงั้น!! แล้วขอน้ำกิน  "น้ำ"  ที่นพกินบ่อยๆ และไม่ยอมกินข้าวปลา กินแต่เพียงน้ำ

เหมือนกับต้นไม้ นั่นเอง เป็นตัวบอกว่า "ไอ้คนที่เมย์เห็นนั่น ไม่ใช่นพซะแล้ว" นางไม้นั่นเอง (*ความเป็นไปได้ )

การที่เมย์ สลบสไหล หน้าต้นไม้ ก่อนจะโดนนางไม้ลากออกมา ก็อาจเป็นไปได้ ว่าเมย์เองก็โดนนางไม้สะกดอยู่เช่นกัน จึงทำให้เห็นภาพนพ ที่นางไม้สร้างขึ้นมา  ที่เราสังเกตุได้อีกแบบคือ "นางไม้ มีความต้องการที่จะมีเซ็กส์ อยู่บ่อยๆ"(ฟังจากเสียงหอบ หื่นๆ)หรือไม่ก็อาจจะเป็นภาพจิตสำนึกของ เมย์เอง ที่อยากให้นพเป็นไปในแบบใด" นี่คือสิ่งที่เป็นมนต์สะกดของนางไม้

ฉากที่เมย์เดินเข้ามานั่งบนรถของกร โดยกล้องยังไม่บอกคนดูว่า ในรถมีคนอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นกร ทำได้ดี แต่ถ้าคนที่ดูอย่างสังเกตุจะรู้ว่า เดี๋ยวต้องมีบทสนทนาในรถแน่ๆ เพราะฝั่งที่เมย์มานั่งคือด้านซ้ายมือคนขับ คนที่อยู่ในรถน่าจะเป็นกร ซีนนี้ชอบ ที่นพเดินออกจากรถไปแล้วโมโห ทุบอะไรซักอย่างเสียงดังๆ แล้วเมย์ตกใจ ซีนนี้ผมชอบครับ สมจริง

 เราจะเห็นว่าไดเรกชั่นสนทนาในหนังของเป็นเอก มีความธรรมชาติกว่าหนังไทยเห่ยๆเรื่องอื่น ที่ยังใช้ภาษาเขียนมาพูดในเรื่อง ทำให้รู้ว่าท่องจำมาจากบท เช่น

"นั่นสินะ" หรือ "จริงสิ" "งั้นรึ" "ไม่จริงสักหน่อย"  หนังไทยหลายๆเรื่องยังพูดบทแบบนี้อยู่เลย ทำให้ดูแบน(ฉิบหาย)

ถ้าผู้กำกับมีเซนส์สักหน่อย  นักแสดงควรพูดประมาณว่า

"เออ นั่นดิ" "จริงอ่ะ,จริงดิ" "เหรอวะ"" เฮ้ย..จริงงะ"  ประมาณนี้เป็นต้น

แต่ปัญหาเหล่านี้ไม่ค่อยพบในหนังของเป็นเอกเท่าไหร่ ในเรื่องนางไม้ ผมถือว่าไดเร็กชั่นสนทนาผ่านฉลุย"

 

กลับมาที่เนื้อเรื่องต่อ

หลังจากที่ กร เข้าไปในบ้านของ เมย์ โดยพละการ ทำให้รู้ว่า ที่นี่ไม่มีใครอื่นอยู่นอกจากเมย์ สังเกตุได้จาก ในห้องล้างรูปที่ก่อนหน้านี้ในซีน ที่เมย์กับนพคุยกัน จะมีรูปต้นไม้ ที่นพเอาฟิลม์มาล้างหลังจากกลับออกจากป่า แต่ตอนที่กรเข้าไป กลับไม่มีฟิลม์เหล่านั้นที่แขวนไว้ก่อนหน้านี้" (ซีนนี้ไม่ได้เป็นตัวบ่งบอกกร ว่านพไม่ได้กลับมา แต่เป็นซิมโบลที่บอกคนดู(ที่ทันสังเกตุ)

"ผมว่านพไม่ได้กลับมา"  คำพูดของกร

(ซีนนี้เอง จึงมีความเป็นไปได้สูงที่ ตั้งแต่เหตุการณ์ที่เมย์ตื่นมาแล้วนพ นอนอยู่ที่โซฟา เป็นเพียงความฝัน นับตั้งแต่ตรงนั้นมา เมย์ตื่นจริงๆ อีกครั้ง ก็เมื่อตอนนี้กร เข้ามานอนที่โซฟาตัวนั้น นี่เอง !!!!")

(สาเหตุที่เมย์ไม่ได้ไปทำงาน อาจจะไม่ใช่เพราะอยู่บ้านกับนพ แต่เพราะหลับไปยอมตื่นตังหาก!!! เป็นเหตุผลสอดคล้องว่า เมื่อผิดสาเหตุที่เมย์ไม่มาทำงาน กรจึงกล้าที่จะเข้าไปในบ้านเมย์ เพราะรู้ว่า นพไม่ได้กลับมานั่นเอง คิดข้ามซีนนั่งสนทนาในรถของกร ก่อนหน้านี้ไปได้เลย เพราะนั่นอาจเป็นแค่ความฝันของเมย์นั่นเอง!!)

* แต่ "ผมว่านพไม่ได้กลับมา"  คำพูดของกร ตรงนี้ทำให้ขัดแย้งนิดๆ กับซีนนั่งคุยในรถของเมย์กับกร ที่ดูน่าจะเป็นความฝัน อาจะเป็นสาเหตุที่ผู้กำกับเป็นเอก จะทิ้งเอาไว้ เพื่อปั่นป่วนหัวเราเล่นก็เป็นได้ จึงคิดได้ทั้ง อาจจะฝัน หรืออาจจะไม่ใช่ฝัน เป็นนางไม้ในร่างของนพเหมือนประเด็นก่อนหน้านี้

การเมย์ทบทวนถึงความเป็นไปได้ ว่าที่จริงแล้วนพไม่ได้กลับออกมาจากป่า  ไหนจะโทรไปแล้วได้ยินเสียง ซีดซ๊าดในป่า ของนางไม้นั่นอีก (อาจเป็นเสียงนางไม้หัวเราะ หึหึหึ ผัวเธออยู่กับฉันจ๊ะ โฮ๊ะๆๆๆ ก้เป็นไปได้.... คิดไปโน่น)

ทำให้เมย์กลับเข้าไปในป่าอีกครั้ง

 

เพื่อไปวีนต้นไม้(เหมือนจะรับรู้สาเหตุที่นพไม่กลับมาแล้ว)

ฉากที่เมย์เข้าไปวีน เอามีดฟันต้นไม้อย่างบ้าคลั่ง อาจะเป็น การต่อสู้ในความฝันของเมย์ เองก็ได้!!! เพราะก่อนหน้านี้ที่จะเข้าไป เมย์ถูกกรห้าม ทุบแระตีอะไรซักอย่าง ทำเอาเมย์ล้มฟุบเอาง่ายๆ (เหมือนหนังบู้ ทั่วๆไป) แล้วกร ก็อุ้มหล่อนมานอนที่เต้นท์

เหตุผลที่ทำให้คาดเดาได้ว่าเป็นความฝัน ความเป็นไปได้คือ นางไม้ อาจจะเป็นภูติผีที่มีพลัง เข้ามาปั่นป่วนในความฝันของคนได้ จากพลังที่ทำให้เมย์ สลบสไหลไปเมื่อยืนต่อหน้าต้นไม้นั้นมากกว่าหนึ่งครั้ง แต่ความฝันเหล่านั้น ก็มีจุดเชื่อมโยงสู่ความเป็นจริง  แต่ตรงนี้จะขัดแย้งนิดหน่อยก็ตรงนี้ นพอุ้มเมย์ มาส่งที่เต้นท์หลังจากนั้น

ช่วงประมาณนี้ หนังมีซีนที่อาจทำให้ความเข้าใจของคนดูเปลี่ยนไปอีก คือซีน ชาวบ้านที่เข้ามาในป่าแล้วเจอศพที่สวมนาฬิกา (ซึ่งอาจจะเป็นศพ นพที่ตายไปแล้วก็เป็นได้) ชาวบ้านทำท่าทางเหมือนไม่ได้ตกใจอะไรมากนักกับการพบศพ  จึงอาจะเป็นไปได้ว่า คนที่เข้าป่ามาที่นี่กลายเป็นศพอยู่ในป่าเป็นธรรมดา เหมือนจะเคยเห็นจนชิน) ก่อนจะตัดสินใจขโมยนาฬิกาซะ..

 

 ในค่ำวันนั้น นพเดินแบกร่างของเมย์ ออกมาจากป่ามาที่เต้นท์ ซึ่งกร นั่งอยู่บริเวณนั้น

(มีความเป็นไปได้ที่ นพในร่างนั้นอาจจะเป็นวิญญาณนพ หรือนางไม้ คือ 1.ออกมากลางคืน 2. ไม่สวมแว่น(อีกแล้ว)

 

กร : "เธอบอกว่า ต้นไม้นั่นเอาคุณไปจากเธอ"

นพ: " คุณเอาเมย์ไปจากผม งั้นผมก็ฟันคุณได้เหมือนกัน"

 

กร : คุณจะกลับไปอยู่กับเมย์มั้ย

นพ :....  (ทำหน้าเหมือนกึ่งพยักหน้า ค่อนข้างคลุมเครือ เปลี่ยนเรื่องพูด และเดินจากไป หายกลับเข้าไปในป่า)

 

หนังจบด้วยอารมณ์ค้างคา ให้กลับไปคิดต่อ

รู้มาว่า ในเวอร์ชั่นที่ฉายในคานส์ จบแบบที่ นพถามก็เมย์ว่าจะเอาไง เมย์ตอบว่า จะรอนพ 

หลายคนอาจจะหงุดหงิดที่ หนังจบแบบค้างเติ่ง แบบนี้ ส่วนตัวผมแล้วก็(เกือบจะ)ดูสมบรูณ์ดี

ถ้าหากหนังจบไปตั้งแต่ซีน ที่นพเดินหายเข้าไปในป่า หรือว่า จบแบบมีคำพูดของ

เมย์สักคำหนึ่งก่อนขึ้นเครดิต อาจจะสมบรูณ์มากกว่านี้ (ความเห็นส่วนตัว)

 

นักวิจารณ์หลายคนบอกว่าชอบหนังของเป็นเอกเรื่องก่อนๆ มากกว่านี้ แต่สำหรับผม เรื่องนี้ดูมีน้ำหนัก มากกว่าเรื่องก่อนๆ หน่อย ตรงที่เป็นเอกเขียนบทเอง ประเด็นคล้ายๆเรื่องพลอย ที่นำ"ชื่อเรื่อง มากจากส่วนประกอบในเรื่อง ไม่ใช่จากประเด็นหลักในเรื่อง" พลอย ที่ดูแล้วพบว่า เด็กหญิงที่ชื่อพลอย เป็นแค่ผู้หญิงวัยรุ่นแสนธรรมด๊า ธรรมดาคนหนึ่ง ที่เพียงเข้ามาเป็นประเด็นให้สามรภรรยาเค้าทะเลาะกัน แล้วก็ผ่านไปง่ายๆ เป็นส่วนประกอบส่วนหนึ่งเท่านั้น นางไม้ก็เช่นเดียวกัน เรื่องราวของนางไม้ในเรื่องนางไม้ ก็ไม่ได้ชัดเจนจน จะเป็นประเด็นหลักความน่าขวัญผวาในเรื่องได้เท่าไหร่ ประเด็นคือความสัมพันธ์ของคนสองคนสามคน นั่นมากกว่า

 

สุดท้าย ผมรู้สึกสะใจ แทนผู้ที่อยากจะไปดูนางไม้ เพียงเพราะกิ๊บซี่แสดงตามแบบฉบับของคนหื่นๆทั่วไป ซึ่งในเรื่องเป็นอารมณ์หื่นแบบเพื่อเล่าเรื่องหลบฉาก ให้ได้อารมณ์อีโรติกที่เปิดให้ท่านๆจินตนาการเอาเองล้วนๆ

ที่ไม่มีแม้กระทั่งฉากจูบ แต่หนังกลับดูสมบรูณ์ได้โดยไม่ต้องเปลื้องผ้า เปลืองตัวอะไรแบบนั้น

ผมรู้สึกดี ที่นางไม้ ไม่ทำเพลงประกอบภาพยนต์แบบจริงๆ จังๆเพื่อจะขาย ดีใจที่ไม่ได้นำเพลงของเกอรี่เบอรรี่มาประดับไว้ให้รกรุงรัง เพื่อการตลาด

เคยฟังสัมภาษณ์จากฝรั่งในเมืองคานส์ ถึงนางไม้เวอร์ชั่นคานส์ ว่าหนังเป็นเอกเรื่องนี้ มีส่วนของความเป็นอภิชาติพงษ์เข้ามาเจือปน ผมเดาว่าฝรั่งท่านนี้น่าจะเปรียบเทียบกับสัตว์ประหลาด หรือกรณี ที่ความเป็นไปได้ในเนื้อหา เดาได้หลายทางเช่นเดียวกับ หนังของอภิชาติพงษ์  แถมยังบอกว่าหนังค่อนข้างเนิบๆ ดำเนินเรื่องที่ไม่สามารถทำให้คนดูอยู่ติดกับหนังตลอด 90 นาทีได้ (เดาว่า น่าจะเพราะไม่มีสกอร์หนัง ในเวอร์ชั่นคานส์) แต่ยังไงก็ อยากดูเวอร์ชั่นคานส์ อีกอยู่ดีแหล่ะ  หาดูได้ที่ไหนละทีนี้

 แถมโปสเตอร์ก็สวยกว่าด้วย

(ไม่ขายนางเอก เหมือนบ้านเรา)  

Photobucket

 

Photobucket

 

 ปล.คาแรกเตอร์พระเอก ช่างถ่ายรูป ทำตัวติสๆ หน้าตาคิดมากๆ ตั้งแต่ ชัตเตอร์ ผมก็เห็นมาหลายเรื่องแล้ว ทั้งในหนังไทย และหนังเทศ (ส่วนใหญ่จะใช้ในหนังผี หนังลึกลับ) (เป็นกระแสแล้วรึเปล่านะ..เริ่มเบื่อแล้วนา)

นางไม้ เป็นเอก รัตนเรือง B+

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ยางไม่ได้ดูเลยย

แต่เขียนซะเป็นภาพเลยยย

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#1 By b-padung Studio on 2009-07-09 01:18

ผมดูแล้วนะ
รู้สึกอะไรบางอย่างที่ต่างไป
(ได้ฟังคุณเป็นเอกออกมาพูดถึงหนังแล้วรู้สึกเปลี่ยนไปอีก)
เวอชั่นคานส์หาดูได้ที่เซ็นทรัลเวิลครับนะครับผม
คุณเป็นเอกบอกว่าเวอชั่นนี้เป็นเวอชั่นที่เค้าคิดว่าหนังสมบูรณ์ี่สุด...(พยายามไม่ตีความอะไรแต่เอาเข้าจริงผมกลับตีความทุกๆอย่าง)open-mounthed smile Hot!

#2 By puck on 2009-07-09 01:34

ชัดเจนนะสีปอนด์
อีฟว่า อีฟคงไม่ต้องไปดูแล้วล่ะ open-mounthed smile

#3 By eVeZaa on 2009-07-09 06:32

big smile อ่านแล้วผมว่าจะไปดูล่ะ
หรือไม่งั้น อย่างน้อยก็จะรอดดูเป็นแผ่น
อยากดู...ไม่ใช่เพราะกิ๊ปซี่ด้วยนะ ฮ่าฮ่าHot!

#4 By GuGGGar on 2009-07-09 09:02

เวอร์ชั่น คานส์! มีแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย ยุ่งยากจัง ไม่อยากเสียตังค์อีกรอบเลย

#5 By n h e p h e x on 2009-07-09 09:44

นพ น่าจะเป็น "นายไม้" นะครับ ไม่ใช่ "นางไม้"
confused smile

#6 By n h e p h e x on 2009-07-09 09:46

555 เค้าไม่ว่าเอาเรอะพี่เอาหนังเค้ามาเเหวะงี้ 5555 อ่านจบเเทบไม่ต้องไปดูเลยทีนี้sad smile

#7 By Alaward at last story... on 2009-07-09 10:31

วิจารณ์ดีนะเนี่ย
ทำเอาอยากดูเลย
แต่คงไม่ดูหรอก
กลัวหลอนเอง
แค่ตอนที่ไตเติ้ลยังเอามือปิดหน้าเลย
5555+

#8 By KuR(^O^) on 2009-07-09 10:40

ไปดูที่เฮาส์ rca เพราะนึกว่า ที่เฮาส์จะฉายเวอร์ชั่นคานส์ แต่ไม่ใช่ซะงั้น

คงต้องไปเซ็นทรัลเวิล อีกที sad smile

#9 By STORYONTHEWALL on 2009-07-09 10:54

อยากดู แต่ไม่ค่อยชอบดูหนังแนวน่ากลัวๆง่ะ sad smile
หนังอาร์ต ถ้าดูไปเรื่อยๆก็สนุกดีนะ เราว่า (เรายังชอบตั้งหลายเรื่องเลย big smile )
แค่เห็นชื่อ เป็นเอก ผมก็อยากดูแล้วครับ
สุดยอดเลยครับ

ไม่ต้องไปดูเองก็รู้เรื่อง

อิอิ

วิจารณ์หนังได้สุดๆไปเลย

ให้ไปสามดาวHot! Hot! Hot!

#12 By น้ามชา on 2009-07-09 17:47

big smile น่าดูค่ะHot!

#13 By (^_^)/nana on 2009-07-09 18:32

กรมีผ้าพันแผลอ่ะครับ
แสดงว่าต้องทุบอะไรจริงๆ
แล้วเหตุการณ์ในรถก็คงเกิดจริงๆ

ไม่ใช่ฝันหรอกมั้ง - -

#14 By 49576 on 2009-07-09 19:49

สปอย ซ๊ะ !!!

#15 By illman on 2009-07-09 20:07

ไม่กล้วดูอ่ะ
กลัวๆsad smile

#16 By ชั้นชื่อMAYU on 2009-07-09 20:14

โอ่

สะใจคนที่ไปดูนางไม้เพราะ อยากเห็นกิ๊บซี่เหมือนกันเลย
open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile โห๊ะๆๆๆ

#17 By ploilek on 2009-07-09 20:20

วิจารณ์ได้น่าสนใจมากครับ น่าสนใจตรงที่ว่าตีความไม่เหมือนผมเลย!! หนังอาร์ตมันเป็นอย่างนี้นี่เองopen-mounthed smile

มีข้อเท็จจริงอยากแชร์ครับ

1. ได้ยินมาว่า(ไม่ทันสังเกตเอง) นาฬิกาข้อมือของศพในป่า ไม่เหมือนของนพที่ใส่เข้าป่าตอนแรก

2. ถ้าดูไม่ผิด มือที่หยิบรองเท้าออกจากมือเมย์ เป็นมือผู้ชายนะ
อยากดูนะ แต่อาจจะได้ดูตอนออกแผ่นไม่รู้จะโดนตัดหรือเปล่า ชอบสัตว์ประหลาดมาก อารมณ์เหมือนกันไหมปอนด์big smile

#19 By taksthaitoon on 2009-07-09 23:02

โปสเตอร์เวอร์ชั่นคานส์ สวยจัง

#20 By tongg on 2009-07-10 00:28

โปสเตอร์เวอชั่นเมืองคานสวยมากฮะ
แต่หนังอาร์ตแบบนี้เข้าใจลำบากแฮะ กะไว้แล้วเหมือนกันว่าจบแบบคิดเอาเอง(ยังไม่ได้ดูเลย)
เราชอบดูหนังอยู่แล้ว เรื่องนี้ก็หนังน่าสนใจดีจ้าHot! Hot!

#21 By topgodzilla on 2009-07-10 01:24

อ่า คิดว่าเรื่องนี้ดูไม่ยากเลย

มีประเด็นเดียวกับเรื่อง พลอย แต่เรื่องนี้ชื่นชมว่าทำได้มีเอกภาพมากทีเดียว ไม่เกลื่อนกลาดเละเทะและให้บทเีรียนตัวละครแรง 'เกินจริง' แต่ชัดเจนมากกว่า พลอย

แต่เราตีความได้ไม่เหมือนคุณเลย เราคิดว่านพคือนพ ที่แว่นหายก็คือนพ (แต่อาจจะเป็นนพที่ไม่มีอยู่แล้ว อาจเป็นนพในความคิดของเมย์) ส่วนนางไม้อาจเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งเหมือนกับเด็กชื่อพลอย คือส่วนที่พาตัวละครให้เกิดเรื่องราว (ที่จงใจให้ดูลึกลับเหนือจริงนิดนึง)

เป็นจุดหลักที่ทำให้ตัวละครฝ่ายหญิงมีความคิดบิดเบี้ยวไปจากความจริง (แล้วก็เริ่มคลั่ง sad smile)

ดังนั้นชื่อเรื่อง พลอย และ นางไม้ เรากลับคิดว่าชื่อที่บอกประเด็นสำคัญของเรื่อง (แต่ไม่ได้บอกออกมาตรงๆ เท่านั้น) พลอยอาจไม่มีอยู่จริง และนางไม้อาจไม่มีอยู่จริง (แม้ผกก.จะพยายามให้คนดูสับสนว่ามีอยู่จริง) แต่ทำให้คู่สามีภรรยาที่มีอยู่จริงเริ่มปะทุสิ่งที่เก็บไว้ในใจมาตลอด (ปัญหาชีวิตคู่ ความไม่มั่นใจของแดง กับปัญหาเรื่องชู้สาวของเมย์ ที่นพก็รู้แก่ใจมาตลอด)

จะรายละเอียดเล็กๆน้อยๆอะไรก็ตาม สำหรับเราแล้วเรื่องนี้มีประเด็นที่ง่ายมาก เหมือนกับนิทานเลยทีเดียว confused smile เพราะหนังของเป็นเอกไม่ได้ฉายที่ความจริง แต่ฉายภาพในโลกของจิตเสียมากกว่า

"เขาไม่ได้ทำอะไรให้คุณเลยนะ คุณไปทำร้ายเขาทำไม"

เจอประโยคนี้ซึ้งเลย sad smile เหมือนนพจะตัดพ้อเมย์อยู่กลายๆ

แต่หนังสนุกนะ ไม่เห็นง่วงเลย นึกว่าจะดูไม่รู้เรื่องกว่านี้ซะอีก double wink (เพราะดูพลอยไม่ค่อยรู้เรื่อง ฮ่าๆ )

#22 By เห็ด rosy on 2009-07-10 03:20

เวอร์ชั่นคานส์ฉายที่ SF Central World ที่เดียว ไม่รู้ยังมีรอบหรือเปล่า แต่พี่ดูเวอร์ชั่นปกติแล้วก็ชอบนะ จนไม่อยากไปหามาเปรียบเทียบอะไรอีก ความรู้สึกเหมือนขยายความสัตว์ประหลาดของอภิชาติพงศ์ด้วยซ้ำ แต่ดูรู้เรื่องกว่าเยอะ ไม่ต้องตีความอะไรมากมายเหมือนเรื่องนั้น

ส่วนที่เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของเป็นเอกก็คือ เหมือนเรื่องจริงที่กำลังถูกถ่ายทำให้เป็นหนัง เช่นที่คนนอนตายแล้วยังหายใจ หรือเสียงทีมงานต่างๆ ถ้าจำได้ ช็อตเด็ดของหนังเรื่องแรก ฝันบ้าคาราโอเกะ มีฉากหนึ่งของพี่ปั่น ที่เห็นไมค์บูมลอยอยู่เหนือหัวอย่างชัดเจน 555

#23 By eskimo on 2009-07-10 08:42

โอเค หนังเป็นเอกก็ยังเป็นหนังของเป็นเอกสินะ


ตอนแรกนึกว่าเป็นเอกจะทำหนังที่เป็นแนวทำตลาดมากขึ้น


แบบนี้ผมก็ไม่ไปดูดีกว่า พอดีติสท์ไม่พอ

#24 By เสกเรนเจอร์ on 2009-07-10 09:02

-*-

ไม่ต้องดูแหละ

อ่านแหละเหมือนดูหนังจบไปแหละ 1 เรื่อง

55+

#25 By m@ma-sUgaI2 bOy on 2009-07-10 09:26

อ่านแล้วรู้สึกถึงพลอย

เล่นเอาปวดหัวคนดูหนังไม่อาร์ต open-mounthed smile

#26 By iDoi* on 2009-07-10 09:41

อ่านไปย่อหน้าเดียว เดี๋ยวขอไปดูก่อนconfused smile

#27 By \\(..U 3U..)//จุ๊บุ on 2009-07-10 12:28

ผมจะพยายามเข้าใจในสิ่งที่คุณอธิบาย

บางที...มนุษย์มันก็ต้องสนองความต้องการในตัวเองเรื่องประเภท รัก โลภ โกรธ หลงนะ เป็นเรื่องธรรมดาในตัวมนุษย์ทุกคน


อย่างหนัง "นางไม้" เนี่ย....
ถ้ามองในแบบคนที่เข้างานศิลปะการทำหนัง ก็จะเก็ทกับมันมาก แต่ถ้าเป็นพวกคนดูทั่วไป ที่แสวงหาแต่ความบันเทิง โดยไม่สนใจในตัวของเนื้อหา มุมมองจริงๆ ก็อาจจะเห็นในแค่ด้านเดียวเท่านั้น....

เพราะคนทำหนัง อย่าง เป็นเอก เค้าช่างพิถีพิถันเสียเหลือเกิน ไม่ต่างอะไรกับสแตนลี่ย์ คูบริกที่คิดจะทำหนัง The Shining ที่แสดงหนังเชิงสัญลักษณ์ แต่ที่จริง ก็อยากให้เห็นความน่ากลัว และด้านมืดในตัวของมนุษย์กันเองน่ะแหละ!?!

#28 By 'เนิ้ร์ด' on 2009-07-10 14:39

อยากดูด้วยคนนน คุ้มค่าตั๋วแหงมๆๆ
เป็นแนวลึกลับสินะ สินะ

#29 By vg_jan on 2009-07-10 16:40

อ่านแล้วอยากดูครับ

#30 By on 2009-07-10 19:50

ยังไม่ได้ดูเลยอ่ะ

ไม่มีตังค์ ฮ่าๆ ๆ

แต่พี่เล่าซะจบเลย โฮะ ๆHot!


ตอนท้ายเรื่อง เมย์สดใส เสื้อไม่เลอะ แถมยังมีแรงขับรถ

ส่วนกร เพลีย เพราะฝันร้าย และเครียด นอนอยู่ข้างนอกเต้นท์ทั้งคืน

แสดงว่า....ตอนที่ไปฟันต้นไม้ เป็นความคิด

เรื่องนี้ซ้อนเรื่องจริง กับเรื่อง ในความคิด (ความฝัน )

big smile

#32 By lolay on 2009-07-10 22:51

วิเคราะห์ได้ละเอียดดีครับ

เสียอย่างเดียวที่ยังไม่ได้ดุเลยคิดตามไม่ทัน

เพิ่งเปิดเรื่องพลอยดูเมื่อวันก่อนก็พอเข้าใจตีมของเรื่องนะครับ

แต่การจำดูหนังเป็นเอกบางทีก็ต้องทำใจว่าจังหวะ 1-2-3(ปูพื้น-เล่าคาแรกเตอร์-ไคล์แมก-บทสรุป)อาจจะไม่มีขั้นตอนอย่างที่ว่า

ก็เหมือนเราดูชีวิตคนคู่นึงหรือคนกลุ่มนึงที่เค้าดำเนินไปเรื่อย

ส่วนตอบจบของเรื่องก็เหมือนชีวิตคนคนนึงที่เราไม่รู้หรอกว่าสุดท้ายจะเป็นยังไงให้ไปคิดต่อเอาเอง

ก็ถือว่าเฉยๆกับพลอยนะครับ

แต่เรื่องที่ชอบมากก็ Last life in the Universe(เขียนถูกไม๊เนี่ย)

จริตถูกกันมากครับชอบทุกๆอย่างของหนังเรื่องนี้เลย

#33 By k_i on 2009-07-10 23:57

ดูแล้วครับ

จ๊าบมากเลยconfused smile

#34 By rabbitosh on 2009-07-13 00:24

ผม ว่า น พตาย แล้ว
คนที่เอา นาฬิกาไป
ก็คงเป็นพราน

ฉาก ที่ นพ สลบ หรือ (ตาย)!!
ก่อนนางไม้ลาก

เพราะ สะดุดโดนกับดัก

#35 By XXUVXX (124.122.97.240) on 2009-07-26 02:59

ตั้งแต่กลับออก จาก ป่า มา เมย์ ก็อยู่ในอาการ
จิตแบบกึ่งฝันกึ่งจริง

ผมว่านพ ตายและศพ(ก็พบโดยพรานที่มาตรวจดู แร้ว หรือกับดัก และฉกนาฬิกาไป)

ที่บ้านของนพเมย์ ไม่ได้ มีการปลูกต้นไม้เพิ่ม
และเสื้อ ผ้าของเมย์ ก็ไม่ได้เปลื้อนจริงจากดินที่นพป้าย

เป็นภาพฟันของเมย์ทั้งหมด
ฉากที่เห็นเห็นนพ นอน ที่ โซฟา
เมย์ไม่ได้ดีใจ แต่กำลังช็อค ว่า(ชู้กู) กร
เพิ่ง ออกไป มึง(นพ) กลับ เข้า มา ตอนไหน

มือ ของ กร บาด เจ็บ จริง
น่าจะเกิดจาก การ ชก กระจก หรือ อะไร สักอย่าง

ตอนท้าย นพ เป็น นายไม้ ที่ อยู่ กับ นางไม้
ที่เมย์ ไป ฟัน

นายไม้นพ มา ขอ ร้อง ให้ กร และ เมย์ กลับ ไป

อย่า มา ทำร้ายกัน

#36 By XXUVXX (124.122.97.240) on 2009-07-26 03:13

เกร็ด ของ หนัง ของ เป็นเอก ที่ พบเห็น ประจำ

จากหนังทุกเรื่อง

- ตัวละคร ต้อง มี ชื่อ น้อย (ทุกเรื่อง)

- ตัวละคร ต้อง มีอาการบาดเจ็บ โดยมี
ผ้าพันแผล (ทุกเรื่อง)

- มี ปัญหา กับ ปม ความ รัก ความสัมพันธ์

#37 By XXUVXX (124.122.97.240) on 2009-07-26 03:16

สรุป รายละเอียด อื่น ผม เห็นด้วยกับ เห็ด rosy

(#22 By เห็ด rosy on 2009-07-10 03:20)

ครับ

#38 By XXUVXX (124.122.97.240) on 2009-07-26 03:21

เหมาะสำหรับนักศึกษาที่เรียนเรื่อง ตรรกศาสตร์ มากเลย คิดจนหัวแตก ไปเลยทีเดียววว
เยี่ยมม คิดได้ ร้อยแปด เยี่ยมครับ

#39 By woodboyth (112.142.90.25) on 2009-10-03 04:41

เพิ่งดู VCD เรื่องนางไม้เมื่อคืน

จำได้ว่าตอนเมย์นั่งในรถ เหมือนเป็นการนัดเจอกันนะ นพเดินลงมาจากรถอีกคัน ซึ่งในฉากก็มองเห็นอยู่ แล้วเดินมาที่รถของเมย์ซึ่งจอดรออยู่ โดยเมย์นั่งฝั่งคนโดยสาร
แล้วมือกรที่บาดเจ็บก็คงมาจากการทุบรถของเมย์หลังจากคุยกัน ดังนั้นการคุยกันคงไม่ใช่การคิดไปเองของเมย์

ไม่น่ากลัว แต่หลอนนิดๆ อึดอัดๆ มีอะไรให้คิดต่อเยอะดี

#40 By opalmatrix (113.53.142.201) on 2009-10-07 13:53

ดูแล้ว ชอบเหมือนกันค่ะ
ชอบการแสดงของปีเตอร์ นพชัย ด้วย
ตอนดูไม่ได้ตีความอะไรเลย แต่ก็คิดว่าตัวเองเข้าใจนะคะ 555

#41 By ตานี (124.121.106.135) on 2009-10-11 21:45