เรื่องที่ทำให้ผมต่าง...

posted on 01 Nov 2009 02:37 by storyonthewall

ศรัทธา  แสงทอน (ชื่อที่มักจะถูกเพื่อนเรียกย่อๆว่า "ไอ้สัด")

---------------------------------------------------

ทางด้านร่างกาย นอกจากหล่อเหลาผิดมนุษย์มนา สิ่งที่ผิดปกติอีกอย่างคงจะเป็นเรื่อง "ตาบอดสี"

ใช่แล้วครับ ผมตาบอดสีโดยกำเนิด จากกรรมพันธ์ทางฝั่งแม่ บางคนก็อาจจะเคยทราบมาบ้าง ถ้าเคยอ่านคำนิยมหนังสือของผมมาก่อนคงจะรู้ ถ้าท่านเกิดความสงสัยว่า ตาบอดสี เป็นอย่างไร และทำไมถึงวาดรูปได้ ทั้งๆที่ตาบอดสี? เห็นสีครบเหรอ? มองเห็นสีเพี้ยนไปหมดทุกสีรึเปล่า? มองอะไรๆก็เป็นสีขาวดำหรือเปล่า ? หัวนมคนนี้สีอะไร? เป็นต้น แนะนำให้ไปหาข้อมูลในวิพิกิเดียเองครับ ขี้เกียจอธิบาย...

แต่มันก็ไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดนั้นหรอกครับ ครั้งหนึ่งผมก็เคยนึกท้อเหมือนกัน ตอนที่หมอบอกให้เลี่ยงคณะ อย่าเรียนศิลปะเลย.... แต่โชคดีที่ผมดื้อหน้าด้านเรียนมาได้จนจะจบอยู่แล้ว ก็วาดรูปได้ เขียนหนังสือได้ ออกแบบได้ วาดภาพประกอบได้ "เป็นไงล่ะครับหมอ!!!!"
 
(เพื่อนที่เรียนด้วยกันเกือบทั้งห้องไม่รู้มาก่อนว่าผมตาบอดสี เพราะไม่เคยบอก)
 

 

 เมื่อกี้ตอนไปอัพโหลดรูป ในเว็บ photobucket มันมี ควิสถามพอดีว่า

(ถ้ามองไม่เห็น แสดงว่ากูโง่ใช่มั้ยเนี่ย.....)

สารภาพตามความจริงของคนตาบอดสีอย่างผม คือผมไม่เห็นอะไรทั้งนั้นในวงกลมนี้ครับ

ถ้าหรี่ตามองผมจะเห็นว่ามันมีเศษๆสีที่ต่างๆกันจากแบลกกราวอยู่หน่อย เป็นจุดๆที่ไม่ประติดประต่อกันทางด้านซ้ายๆ แต่มองยังไงก็ไม่เห็นเป็นตัวเลขครับ T-T

แต่ถ้า ถามว่า ผมหวาดกลัวการลงสี มั้ย?

มื่อก่อนตอนที่รู้ว่าตาบอดสีใหม่ๆ (ตอนตรวจสุขภาพ ม.6) นี่กลัวมากครับ กลัวลงสีผิด ไม่กล้าไปสอบศิลปากร

 ไม่มีกะจิตกะใจจับพู่กันไปช่วงนึง ทั้งๆที่ผ่านมาก็วาดรูปประกวด ชนะรางวัลตลอด ตั้งแต่ประถม ทั้งๆ ที่ลงสีเพี้ยนๆมาตลอดนั่นแหล่ะครับ เคยนั่งเอารูปที่วาดตอนเด็กๆมาดู บางรูประบายหน้าคนสีเขียว(นึกว่าสีเนื้อ) บางรูประบายต้นไม้สีแดง(นึกว่าเขียว) 

ปัญหาที่ผ่านมา

ไม่เคยเข้าใจหรอกว่าสีกากี มันเป็นยังไง (มันไม่ใช่น้ำตาลเหรอฟะ)

เขียวขี้ม้าเป็นยังไง (นี่กูต้องไปดูเวลาม้ามันขี้ด้วยมั้ย ว่าแต่ ต้องดูตอนที่มันสดๆ หรือแห้งล่ะ มันสีเดียวกันมั้ย?)

สีบานเย็นผสมยังไงล่ะ มันไม่ใช่ม่วงเรอะ?

กระดานดำ เพิ่งมารู้ว่ามันไม่ใช่สีดำ ก็ตอน ม.6 นี่แหล่ะ .... (นึกว่าเทาๆดำๆมาตลอด)

ชาเขียว บางยี่ห้อ เพิ่งรู้ว่าน้ำมันเป็นสีเหลืองด้วย ...

ไฟเขียวไฟแดง อืม   .... เห็นนะว่ามันต่างกันและวางอยู่คนละที่  แต่ในความรู้สึก 

ของคนตาบอดสีอย่างเราๆ มันจะไม่แตกต่างกันสุดขั้ว แบบที่คุณๆเห็นครับ มันจะเฉดใกล้กัน อาจจะต่างกันแค่ประมาณความเข้มความอ่อนของสี

 แต่ก็บนล่าง ซ้ายขวา ล่ะว่ะ ก็ดูออกเฟ้ย.....

 

 คำถามที่น่ารำคาญที่สุดของคนตาบอดสีคือ

"แล้วเห็นเป็นสีอะไรล่ะ"

 

ผมโดนมาประมาณแปดแสนรอบกับคำถามนี้  ถ้าคุณถามผมคำถามนี้ คำตอบในใจผมจะประมาณนี้ครับ

 

"ตั้งแต่ลืมตาดูโลก ก็ตาบอดสีแล้ว ไม่เคยตาไม่บอดสี ตอบลำบากเฟ้ยยยยย

เห็นแหล่ะว่ามันมีสี แต่ตอบไม่ได้ว่าสีอะไร ไม่้แน่ใจเฟ้ยยยยยยยยยยย!!!!!"

เอาเป็นว่า ถ้าเป็นแม่สี แดงสด เหลืองสด น้ำเงินสด

ผมเห็นชัดเจนนะ ...(ข้างบนนี่ ถูกมั้ยวะ...)

 

แต่ถ้ามันเป็นสีผสม อมนู่น อมนี่ เมื่อไหร่ ความไม่แน่ใจ จะบังเกิด!!!  

ต่การวาดรูปในคอมพิวเตอร์ช่วยผมได้เยอะ เพราะโค้ดสีจากโปรแกรม และัไอ้เจ้าเครื่องมือดูดสีในโปรแกรม

Photoshop ครับ

นั่นคือสาเหตุ ที่ผมเลือกเรียนเอก "คอมพิวเตอร์กราฟิก"

และนั่นคือที่มาของนักวาดการ์ตูนตาบอดสีคนหนึ่ง....

 

---------------------------------------

สิ่งที่ต่างทางด้านความคิด

1. ผมไม่เข้าคาราโอเกะ  ถ้าใครชวนแล้วผมปฎิเสธ อย่าคิืดว่าผมหยิ่งนะครับ ผมไม่มีความสุขกับการร้องเพลงแบบนั้นจริงๆ

2. ไม่ค่อยบ้าเห่อ .. ผมไม่บ้าแพนด้า ไม่เคยคิดอยากไปดู ไม่เคยคิดอยากร่วมสนุกตั้งชื่อให้ ผมไม่คิดว่ามันน่ารักไปกว่าหนอนอ้วนๆตัวนึง และผมไม่ชอบไปสวนสัตว์ครับ อย่าชวน(อีกแล้ว)

3. ไม่ดูละครทีวี ...(จึงทำให้ผมเป็นพวกไม่ค่อยรู้จักดารา หรือบ้าดาราไปด้วย)ไม่ว่า จะซีรีย์เกาหลี ญี่ปุ่น แขก เขมร พม่า ผมไม่ดูทั้งนั้นแหล่ะครับ ถึงแม้คนจะติดกันทั้งบ้านทั้งเมืองก็ตาม

4. ไม่เล่นเกมส์  ผมหมายถึง ผมไม่มีความรู้สึกสนุก ติดเกมส์ หรืออยากเล่นเกมส์มันส์ๆ อะไรที่ไหนเลยครับ เล่นทีไรก็แพ้ และไม่ค่อยอยากเอาชนะ เพราะคิดว่ามันก็แค่ เกมส์ ถ้าจะบอกว่าเป็นการฝึกสมาธิ ผมจะฝึกสมาธิด้วยการวาดรูป หรือนั่งนิ่งๆ (จึงทำคนแบบผมไม่มีสังคมแบบเด็กผู้ชายทั่วๆไป)

 5. ไม่ชอบรถ ไม่ชอบดูแข่งรถ รถสวยๆ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ หรือมอเตอร์ไซค์ จะแต่งจะเท่แค่ไหน สำหรับผม มันคือ ยานพาหนะ ที่ใช้น้ำมัน ไม่ค่อยมีความรู้สึกอยากมีรถเท่าไหร่ ชอบเดินมากกว่า (จึงทำให้ผมไม่มีสังคมแบบเด็กผู้ชายแว้นๆ ทั่วไป)

6. ไม่ดูบอล ไม่ชอบเล่นฟุตบอล(ผมเล่นบาส) เล่นกับเพื่อนทีไรจะใช้มือจับบอลทุกที ไม่ว่าวันไหนจะเป็นวันแดงเดือด เหลืองเดือด น้ำเงินเดือด ผมไม่เคยสนใจอยู่แล้วครับ..... (จึงทำคนแบบผมไม่มีสังคมแบบเด็กผู้ชายทั่วๆไปอีกแล้ว)

7. ผมไม่ชอบส่งงานประกวด การมาเรียนสายงานศิลปะ หรือออกแบบ ว่ากันว่า อยากมีอนาคตมีงานทีดี ต้องรู้จักหาส่งงานประกวดแข่งขันร่วมสนุก อคาเดมี่กันเข้าไป ..

*ความรู้สึกส่วนตัวจริงๆ ผมค่อนข้างเบื่อการประกวด ตอนเด็กๆตั้งแต่ประถม ผมประกวดวาดรูปมาไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ นับจากใบเกียรติบัตรแล้ว มันน่าจะมากกว่า 40-50 ครั้งได้ จึงทำให้ผมนอย...กับการแข่งขัน เคยทั้งแพ้ ทั้งชนะ มาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง

และการเข้าแถวรับรางวัลในงานประกวด+ เข้าแถวรับรางวัลประกาศหน้าเสาธง เป็นสิ่งที่มันบ่อยเกินไปจนทำให้ผมพลอยเบื่อพิธีการไปด้วย

8. ผมไม่ชอบพิธีรีตอง  ก็ไอ้พิธีการ นั่นแหล่ะ.... คนไทยชอบทำ ทั้งๆที่บางครั้ง มันไม่ต้องมีมากนักก็ได้ ไม่เชื่อลองไปดุถ่ายทอดสดมวยสักคู่สิ

9. ผมไม่ค่อยมีเซนส์สนุกในแบบที่คนทั่วไปสนุก เวลามีความสุข บ่อยครั้งที่ผมไม่ได้ยิ้ม (แต่ผมกำลังมีความสุข)แต่คนทั่วไปจะคิดว่าเรากำลังทุกข์

10. หนังเรื่อง "ทรานส์ฟอเมอร์" (transformers) ที่ เป็นหนังในดวงใจใครหลายๆคน เป็นหนังที่ผมไม่ชอบเอาซะเลย

ไม่บ้าเครื่องจักร ไม่ชอบรถ ไม่บ้าหุ่นยนต์ ไม่หลงไหลความเท่ในแบบที่หนังสร้าง ไม่ชอบประเด็นมนุษย์ต่างดาวเป็นหุ่นยนต์  ไม่ชอบพล็อตเรื่อง (ผมเป็นคนที่ชอบเรื่องสิ่งมีชีวิตจากนอกโลก) สิ่งที่ชอบอย่างเดียวในหนังเรื่องนี้คือ นางเอกเซ็กซี่ดี...

11. เบื่อหนังผีไทย... ผมดูหนังผีไม่ค่อยกลัวเหมือนตอนเด็กๆ เพราะชอบคิดมาก คิดถึงขั้นตอนกระบวนการทำงานของหนังตลอดเวลา เช่นฉากซีจีผีที่เหนือจริงโผล่มา ผมจะมัวแต่นั่งคิดว่า ใช้โปรแกรมอะไรทำ ถ่ายยังไง จนลืมกลัว... ไม่ค่อยสนใจเสียง

12. ผมไม่ค่อยเชื่อเรื่องดวง ไม่ดูดวง ไม่ดูลายมือ ถ้าหมอดูทัก ผมก็จะโบกมือตอบ แต่เชื่อเรื่องบาป บุญ 

13. ผมเล่นไพ่ไม่เป็นครับ ไม่ชอบการพนันอย่างแรง อย่าชวน

14. ผมดูการ์ตูน อ่านการ์ตูน เขียนการ์ตูน แต่ไม่ชอบคอสเพลย์

15. ไม่บ้าแฟชั่น เสื้อยืดไม่มีลายสีเรียบๆ ง่ายๆ กางเกงยีน รองเท้าผ้าใบ จบ!(ซึ่ง สมัยก่อนบ้า ฮิบฮอบ มาก)

16. ไปไหนมาไหนคนเดียวได้ เป็นประจำ อยู่คนเดียวโดยไม่คุยกับใครได้เป็นอาทิตย์ๆ

โดยไม่ทุกข์ทรมาณมากเท่าคนทั่วๆไป

17.มจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ไม่ว่ากรณีใดๆ (ไม่เคยริลอง กัญชา ตามสมัยนิยม) นั่นแหล่ะครับ

 

แล้วไอ้มนุษย์อย่างผมเนี่ยมันสนใจเรื่องอะไรบ้าง

 

1. หนังอาร์ต - หนังที่ดูยากๆทั้งหลายและให้อะไรเก็บไปคิด

2. หนังสือ (อาร์ต) -ส่วนใหญ่เป็นหนังสือที่ตีความยากๆทั้งหลาย และให้อะไรเก็บไปคิด

ไม่อ่านซุบซิบดารา หรือนิยายน้ำเน่า วัยรุ่นที่ปกญี่ปุ่นๆ ผมจะไม่แตะเลย

3. เรื่องนอกโลก หมายถึงระบบสุริยะจักรวาล อวกาศ มนุษย์ต่างดาว พวกองค์กร SETI

4. การเมืองก็ตามๆบ้าง 

5. เรื่องของสัตว์ (ช่วงนี้ติดพวกสารคดีมากๆๆๆๆ) ช่องที่เปิดบ่อยที่สุดช่วงนี้คือ สำรวจโลก

6. เรื่องเกี่ยวกับความตาย สภาวะหลังตาย ภาพความทรงจำ การสลับความทรงจำกับคนตาย-คนเป็น(แต่ไม่บ้าเรื่องผี วิญญาณ เข้าทรง ขอหวย.. )

7. กาแฟ

8. เซน

 

...........

 

ถ้าคุณจะรู้สึกว่าคนอย่างผมนี่มันบ้าๆ เพี้ยนๆนะ   ก็ไม่ผิดครับ  

 

ทั้งหมดของความเป็นผม ผมก็มีความสุข ใช้ชีวิตปกติสุขดีนะ แต่มันไม่ปกติในสายตาวัยรุ่น วัยเดียวกัน

หลายครั้งที่เพราะความแตกต่างเหล่านี้ ทำให้ผมมีปริมาณความเหงา ที่มากกว่าคนอื่นหน่อยนึง

มันไม่ใช่เหงาเพราะไม่มีแฟน หรืออยู่คนเดียวครับ มันเป็นความเหงาในความคิดที่อยู่ห่างไกลจากคนปกติทั่วๆไป

เวลาที่เราต้องนั่งล้อมวงพูดคุยในเรื่องที่เราไม่ได้รู้สึกร่วมไปกับมันด้วย

 

จึงไม่แปลกที่ผมจะเป็นคนที่น่าเบื่อในสายตาของใครหลายๆคน

พักหลังๆ ผมโดนบ่นจากเพื่อนๆ ว่า "มึงนี่ ไม่วัยรุ่นเอาซะเล้ย...."

 

สงสัยเริ่มแก่ขึ้น เพราะโลกมันร้อนครับ แดดมันแรง.. เด็กๆอย่างเราก็เลยแก่ขึ้นเพราะแดด

ระวังไว้ครับพี่น้อง  

 ..

 

 

 

 

 

 

 

images by uppicweb.com
 

Photobucket

 ก็อปมาจาก http://www.bananamax.net/

 Eskimo Project II เป็นอัลบั้มพิเศษ เป็นเพลงประกอบหนังสือนะครับ มีเพลงใหม่แค่เพลงเดียวคือเพลง กอดสุดท้าย และมีเพลง หนึ่ง..อนันตกาล เวอร์ชั่น Sweet Dream เป็นเสียงสาวน้อยคนหนึ่ง มาร้องให้ครับ และมีทั้งสองเพลงนี้ในเวอร์ชั่น Music Box แถมให้ด้วยรวม 4 แทร็คครับ ส่วนหนังสือจะเป็นไดอารี่ที่พี่ (เอส กล้วยไทย) เขียนไว้ก่อนและหลัง "เธอคนนั้น" (ที่เป็นที่มาของเพลง หนึ่ง...อนันตกาล) เสียชีวิตครับ รวมทั้งมีการ์ตูนมุมมองความรักดีๆจาก ปอนด์ Story on the wall และ อีฟ มาช่วยเติมเต็มเรื่องราว ความยาวรวม 200 หน้า ซึ่งรายได้ทั้งหมดพี่จะนำไปบริจาคบ้านเด็กกำพร้า ผลิตแค่ 100 ชุด หมดแล้วหมดเลยนะครับ

หลังจากขายหมดทั้ง 100 ชุด ชักชวนพวกเราจะไปทำบุญที่บ้านเด็กกำพร้ากันทั้งสมาคมฯนะครับ


 ................................................................................

 

งานแฟตปีนี้ คิดว่าจะไปนั่งเล่นที่บูท banana record  ครับ

หรือไม่ก็เดินวนอยู่แถวๆนั้นแหล่ะ  เข้ามาทักทายกันได้ครับ ผมไม่กัด เชื่องแล้ว...

 

 

the Father's Diary(preview)

posted on 11 Oct 2009 12:37 by storyonthewall

Photobucket

Photobucket

 

Photobucket Photobucket Photobucket Photobucket Photobucket

 

Photobucket

 

จากที่ผมเคยคุยโม้โอ้อวดไว้ใน เอนทรี่ กำลังทำเอนิเมชั่นอยู่ครับ

นี่คือภาพจากงาน individual study ที่ส่งไปแล้วในเทอมนี้ เป็นเอนิเมชั่น ที่ทำทั้งเทอมได้ ประมาณนาทีกว่าๆ และจะต่อยอดเป็นงาน Art Thesis ในเทอมหน้านี้ครับ 

เกริ่นว่า "เป็นเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสองพ่อลูกที่ไม่ลงรอยกัน ที่ลึกนิดๆ ซิมโบลิกเยอะๆ "

ก่อนที่จะสิ้นสุดชีวิตการเรียน ในระดับมหาวิทยาลัย  ผมจึงจำเป็นต้องเก็บตัวเพื่อเต็มที่กับงานนี้ให้เต็มที่ที่สุดเท่าที่จะทำได้  เมื่อก่อนเราวาดรูปแบบไม่เคยต้องหาข้อมูลด้านภาพอะไรเลย แต่พอมาทำงานนี้ รู้สึกว่า เหนื่อยและสนุกกับมันมากๆ(วาดชุ่ยๆเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว) การพิถีพิถันวาดทีละฉาก  เพื่อนำมา aimate บางภาพวาดหลายๆวันเพื่อนำมาประกอบซีนเพียงไม่ถึง 1 วิ ก็ยังมี ไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนเลย  ท้าทายมาก

ไว้รอให้เสร็จเยอะๆกว่านีั้้จะมาโพสเป็น ตัวอย่างหนัง ให้ชมนะครับ

ในประมาณเดือนช่วงเดือน มีนา - เมษา 2010 คงจะได้ดูกันครับ เรื่องนี้ทำเป็นแนวๆหนังสั้นเอนิเมชั่น


คงได้มีตระเวนฉายตามเทศกาลหนังสั้นอินดี้บ้าง (มั้งครับ)

^^